บูรณาการบทกวีและเสียง สู่การสร้างสรรค์ใหม่

09 กันยายน 2026
|
87 อ่านข่าวนี้
|
3



Music Creative Lab: Soundscape Series กับหัวข้อ Sound × Literature: บทกวีมี Sound (ซาวคนเด้อ) โดย ผศ.ปวิตร มหาสารินนันทน์ นักวิชาการและนักวิจารณ์ด้านศิลปะการละครของไทย ร่วมกับ Isan Wellness Soundscape เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ ทดลอง สร้างสรรค์ และแลกเปลี่ยนความคิดประสบการณ์ ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงดนตรีกับศาสตร์ด้านงานประพันธ์

หัวใจของกิจกรรมนี้ไม่ได้อยู่ที่ความถูกต้องของการอ่านบทกวีหรือความไพเราะของการเปล่งเสียง แต่อยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจศักยภาพภายในของตนเอง ผ่านการทดลองใช้เสียงในรูปแบบที่ไม่คุ้นเคย บทกวีจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวบทที่ต้องตีความตามกรอบ แต่กลายเป็นวัสดุทางความคิดและอารมณ์ที่สามารถถูกปรับ เปลี่ยน และขยายความหมายได้อย่างอิสระ




เสียงของเครื่องดนตรีมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ตัวนำ” ของกระบวนการ ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบประกอบฉาก แต่เป็นกลไกที่ช่วยพาผู้เข้าร่วมออกจากจังหวะและรูปแบบที่คุ้นชิน เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่ถูกเลือกใช้มีคุณลักษณะเฉพาะ ทั้งในแง่ของโทนเสียงและพลังงาน บางเสียงให้ความรู้สึกลอยตัว นุ่มนวล ขณะที่บางเสียงสร้างจังหวะที่หนักแน่นและชัดเจน การผสานกันของเสียงเหล่านี้ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมทางเสียงที่ลื่นไหล เปิดโอกาสให้บทกวีและการเปล่งเสียงของผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหวไปพร้อมกันอย่างเป็นธรรมชาติ




อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการคือการ “ทำซ้ำ” และ “การปรับจังหวะ” ผู้เข้าร่วมจะได้อ่านบทกวีบทเดิมหลายครั้งภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน รอบแรกมักเป็นการอ่านในจังหวะที่คุ้นเคย ทำหน้าที่เป็นจุดตั้งต้นของประสบการณ์ จากนั้นจังหวะจะถูกปรับให้ช้าลงหรือเปลี่ยนรูปแบบ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้อยู่กับแต่ละคำอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น กระบวนการนี้ทำให้เกิดการรับรู้ใหม่ต่อทั้งตัวบท เสียงดนตรี และอารมณ์ภายใน ส่งผลให้การอ่านในแต่ละรอบมีลักษณะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ความแตกต่างนี้ไม่ได้สะท้อนถึง “คุณภาพ” ของการอ่าน แต่เป็นหลักฐานของการก้าวข้ามรูปแบบเดิมไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ในการแสดงออก




ในเชิงแนวคิด กระบวนการดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานของ Deconstruction และ Co-creation กล่าวคือ โครงสร้างดั้งเดิมของบทกวีถูกคลายออก ไม่ว่าจะเป็นจังหวะ ลำดับ หรือการเน้นน้ำเสียง ผู้เข้าร่วมมีอิสระในการหยุด เว้นวรรค หรือย้ำคำโดยไม่มีกฎตายตัว ขณะเดียวกัน นักดนตรีก็มีบทบาทในการรับฟังและตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ เสียงดนตรีจึงไม่ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่มีส่วนร่วมในการ “สร้าง” ความหมายร่วมกับผู้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ของกระบวนการนี้ไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาทักษะเชิงเทคนิค หากแต่อยู่ที่การสร้างความคุ้นเคยกับความไม่แน่นอน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้า และยังคงสามารถสร้างสิ่งที่มีความหมายขึ้นมาได้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ประสบการณ์ของการด้นสด (Improvisation) จึงไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคทางศิลปะ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดไปสู่การใช้ชีวิตจริง




ช่วงท้ายกิจกรรม ได้มีการสรุปกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเปิดพื้นที่ให้กับความไม่สมบูรณ์และความไม่แน่นอน สามารถเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ และความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การก้าวข้ามโครงสร้างเดิมจึงไม่ใช่เพียงการสร้างรูปแบบใหม่ทางศิลปะ แต่เป็นการสร้างกรอบความคิดใหม่ที่พร้อมรองรับสถานการณ์ไม่คาดคิดที่เข้ามาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น




ที่มา: กิจกรรมหัวข้อ Sound × Literature: บทกวีมี Sound (ซาวคนเด้อ) วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 โดย ผศ.ปวิตร มหาสารินนันทน์ นักวิชาการและนักวิจารณ์ด้านศิลปะการละครของไทย ร่วมกับ Isan Wellness Soundscape ภายใต้กิจกรรม Music Creative Lab : Soundscape Series โครงการ Talent Everywhere ระยะที่ 2 สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)




0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI