คนลำปางกลับบ้าน: การเริ่มต้นใหม่ในเมืองเดิม (Vol.2)
ท่ามกลางกระแสคนลำปางกลับบ้าน ส่วนใหญ่แล้วมักจะอยู่ในรูปแบบของการกลับมาประกอบกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ที่พัก หรือคาเฟ่ อาจด้วยเพราะกิจการเหล่านี้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการส่วนตัวของทั้งเจ้าของกิจการและผู้บริโภคที่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่กิจการประเภทอื่น โดยเฉพาะกิจการสร้างสรรค์นั้นยังไม่ค่อยมีให้เห็นในลำปาง บทความนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของคนลำปางกลับบ้านที่ไม่ได้กลับมาเปิดกิจการในรูปแบบที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ แต่กลับมาทำตามความฝัน ความเชี่ยวชาญ และความตั้งใจของพวกเขาผ่านงานหัตถกรรมและเสียงดนตรี
GHOM
LANNA
ชุมชนท่ามะโอเป็นชุมชนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำวังที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวอย่างมากในเมืองลำปาง สตูดิโอ ‘GHOM LANNA’ หรือโคมล้านนา ของ ‘ป่าน - วีรศิษฎ์ ภู่สุวรรณ์’ คนลำปางกลับบ้านรุ่นใหม่ก็ตั้งอยู่ ณ ชุมชนนี้เอง ป่านกลับมาลำปางทันทีหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนัก ปัจจุบันป่านทำงานด้านหัตถกรรม ผลิตโคมไฟ ของชิ้นเล็ก เครื่องประดับต่าง ๆ ที่เป็นงานฝีมือของตนเองทั้งหมด จนถึงปัจจุบันผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว

คำถามแรกที่ต้องถามเมื่อได้เจอคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านที่ไม่ใช่เมืองใหญ่และไม่ได้เต็มไปด้วยโอกาสทางการสร้างอาชีพคือทำไมถึงกลับมา? ป่านกล่าวว่า “ผมว่าลำปางดูอบอุ่นดี
มันเหมือนเป็นบ้านของเราสมัยเด็ก ๆ เลยคิดว่าการที่เราได้กลับมาอยู่ใน Comfort
Zone อีกครั้งหนึ่งทำให้เราได้เห็นมุมมองอะไรใหม่ ๆ
และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนมากขึ้น ตอนนี้ก็ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง
ได้ทำงานและมีทีมสื่อในชุมชนเข้ามา ทำให้เราเหมือนได้รู้จักชุมชนและมีตัวตนมากขึ้น
คิดว่ามันยังไปได้อีกเยอะ เรื่องราวของวัฒนธรรมบ้านเรามันเอาไปต่อยอดกับงานดีไซน์ได้อีกมากมายอยู่ที่ว่าเราจะทำต่อไหวไหมหรือว่ามีทีมทำต่อไปหรือเปล่า”
สำหรับตอนนี้เป้าหมายหลักของป่านคืออยากทำให้ชุมชนท่ามะโอเป็นโมเดลหนึ่ง
เป็นย่านสำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนที่สนใจอยากเสพวัฒนธรรมของลำปางโดยเฉพาะ
ให้พวกเขาได้เข้ามาอยู่ในชุมชน ได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมหรือความอบอุ่นบางอย่างกลับไป
โดยมี GHOM LANNA เป็นส่วนหนึ่งในนั้น
แต่ด้วยสภาพปัจจุบันทำให้ยังไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ “คิดว่าอาจจะต้องมีผู้สนับสนุนบางส่วนเข้ามาซัพพอร์ตบ้าง
เรานำเสนอออกไปมากก็มีสื่อต่าง ๆ เข้ามาแต่ว่างบอาจจะน้อยทำให้กำลังใจของคนผลิตงานน้อยลงไปด้วย”


ป่าน - วีรศิษฎ์ ภู่สุวรรณ์ และครอบครัว
ในภาคเหนือหากกล่าวถึงงานหัตถกรรมจะต้องนึกถึงเชียงใหม่ที่ถือเป็นศูนย์กลางของงานสร้างสรรค์และการนำมาผสมผสานเข้ากับการท่องเที่ยวทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นการส่งเสริมทั้งกระบวนการตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค
สำหรับลำปางตัวของป่านก็มองต่างออกไป “อยากให้เศรษฐกิจลำปางมันโตขึ้นอีกนิดนึง
อย่างน้อยยกตัวอย่างชุมชนท่ามะโอเป็นโมเดลเริ่มต้นก็ได้ว่าเป็นย่านเดินได้
ให้คนมาเดินขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง ถ้ามันเป็นภาพรวมคำว่าชุมชนมันดูอบอุ่นดี
คนเข้าถึงง่าย แต่ถ้าดีไซน์อย่างเดียวมันจะดูเฉพาะกลุ่มเกินไป ถ้าเรามีเป็นคำว่ากลุ่มหรือคำว่าชุมชนนำหน้า
คิดว่ามันจะดูเป็นมิตร เข้าถึงคนได้ง่ายและหลากหลายกลุ่ม
แต่ว่าถ้าจะเหมือนเชียงใหม่เลย เสน่ห์ของลำปางมันจะหายไป”
GHOM LANNA ในอีก
5-10 ปีข้างหน้า
“อยากทำให้สตูดิโอนี้มีโคมให้ครบ
30 กว่าแบบ”
โจทย์หลักของป่านในลำปางยังคงเป็นเรื่องของความเป็นวัฒนธรรมภาคเหนือที่ป่านตั้งใจจะสื่อสารออกไปให้คนรู้จักได้มากที่สุด ปัจจุบันนอกจากของชิ้นเล็กและเครื่องประดับต่าง ๆ โคมที่ออกแบบและผลิตโดย GHOM LANNA ก็ยังเป็นโคมแปดเหลี่ยมของลำปางที่ป่านอยากจะนำเสนอเป็นไฮไลท์ให้ทุกคนได้ร่วมกันเห็นคุณค่าของงานสร้างสรรค์จังหวัดลำปางไปด้วยกัน
Happy Academy
ลำปางไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองของดนตรีหากพิจารณาจากจำนวนสถาบัน การรวมกลุ่ม หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับดนตรีซึ่งไม่ได้มีมากนัก การกลับบ้านของ ‘พลอย - รดา มิตรเจริญ’ ผู้บริหารสถาบัน Happy Academy สถาบันสอนดนตรี เต้น และศิลปะ คนลำปางรุ่นใหม่ที่ตั้งใจจะกลับมาสร้างความเคลื่อนไหวในวงการดนตรีเมืองลำปาง
ในระยะเวลากว่า 2 ปี Happy Academy ได้รับการตอบรับจากนักเรียนเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีอุปสรรคและความท้าทายอย่างมากที่ต้องเผชิญ ในการดำเนินกิจการสถาบันสอนดนตรีนั้น พลอยเล่าว่ามีต้นทุนแอบแฝงจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาของค่าเรียนที่ไม่สามารถกำหนดให้สูงได้ตามคุณภาพและต้นทุน ในการจูนเปียโนหนึ่งตัว หากอยู่ที่กรุงเทพจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 700-800 บาท แต่เมื่อมาที่ลำปางจะมีค่าใช้จ่ายกว่า 3,000 บาท เนื่องจากค่าขนของและค่าบุคลากรที่ต้องมาจากที่อื่น ยังมีค่าสั่งหนังสือเรียนที่ไม่สามารถเดินทางไปรับเองได้ หรือของต่าง ๆ ที่มีน้ำหนักเยอะก็ทำให้ค่าใช้จ่ายเยอะตามไปด้วย เปียโนบางตัวที่สถาบันยังอยู่ในสถานะเช่าเนื่องจากเป็นเปียโนไม้ซึ่งมีค่าเช่าสูงเป็นสองเท่าเนื่องจากอยู่ในรัศมีที่ไกล อย่างไรก็ตามด้วยต้นทุนทั้งหมดนี้เมื่อมาอยู่ที่ลำปางก็ยังไม่สามารถกำหนดราคาค่าเรียนให้สูงตามไปได้ กิจการโดยรวมในปัจจุบันจึงยังเดินต่อได้แต่การจะพัฒนาบางอย่างเพิ่มเติมยังติดขัดอยู่มาก

พลอยจึงเริ่มมองหาช่องทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ “เราหาอย่างอื่นทำเพิ่ม ตอนนี้แผนของโรงเรียนคือควบคุมคุณภาพให้ดีอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่ยากเพราะใน 1-2 ปีแรก เราเขียนหนังสือหนัก เราทำในเรื่องของเปเปอร์หนักมาก ตอนนี้มันเสร็จหมดแล้ว เพราะฉะนั้นคุมให้ยืนยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และไปดูในส่วนที่พัฒนาครูเพื่อส่งเด็กแข่งต่อไป เราต้องการจะดึงเด็กที่พอมีทักษะเข้ามาขัดเกลาต่อแล้วก็ส่งตามคอนเน็กชันที่เรามีเพื่อให้เขาไปแข่งได้อีกไกล พลอยว่าตรงนี้มันสามารถสร้างเครดิตให้ได้ว่าทำให้เขาสามารถแข่งได้ เพิ่มทักษะต่อได้ ซึ่งเป็นแรงก์ของเด็กโตที่อาจจะไม่ได้เข้ามาหาเราที่นี่ เหมือนเป็นการขยายตลาดมากขึ้น”
นอกจากสอนดนตรีแล้วพลอยยังจัดกิจกรรมด้านดนตรีในเมืองลำปางด้วยความตั้งใจให้เด็ก ๆ เล่นดนตรีอย่างมีความสุข “พลอยเป็นกรรมการแข่งดนตรีเยอะมากในตอนที่กลับมา แล้วเราเป็นคนแบบเขียนคอมเมนต์จริงจัง แสดงความคิดเห็นอย่างจริงจัง แต่ว่าทุกเวทีก็เห็นแต่โชว์เดิม ๆ เราไม่เห็นอะไรที่เด็กได้รับจากการที่เราไปเป็นกรรมการและไม่เห็นถึงพัฒนาการในมุมไหนเลย ก็ได้คุยกับหลาย ๆ คน คุยกับเพื่อนกรุงเทพ เห็นเหมือนกันว่าดนตรีมันไม่ต้องมาแข่งเรื่องความเก่งในปี 2023 งานที่จะทำเดือนธันวาคมปีนี้คือไม่มีคะแนนทักษะเลย เราแข่งกันเรื่องคอนเซปต์ ความคิดสร้างสรรค์ ฉะนั้นคนชนะอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้มีทักษะส่วนตัวที่เก่ง แต่มีความคิดไอเดีย เช่น จะตีแค่คอร์ด C F D minor เขาอาจจะไปลูกทุ่งหรือร็อกก็ได้ ดนตรีมันไม่ได้ตึง มันต้องมีความสุขหน่อย ลองเปลี่ยนไปเลย”
นอกจาก Happy Academy แล้ว พลอยยังมีมุมดนตรีอีกมุมหนึ่งในเมืองลำปางคือ ‘สุดใจ’ Space Bar ที่เปิดขึ้นมาเพราะต้องการพื้นที่เล่นดนตรีเป็นของตนเองและอยากพัฒนาในเรื่องของนักดนตรีกลางคืน “สุดใจมันสะสมคนไปเรื่อย ๆ มันใช้เวลาเพราะว่าคนที่ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบไปเลย มันไม่ได้เป็นบาร์ที่มีตรงกลางเท่าไหร่ คนที่จะมาคือคนที่ตั้งใจมา ฉะนั้นถ้ามันยังอยู่ได้แบบนี้ก็ให้มันไหลไปเรื่อย ๆ ให้เวลามันหน่อยเพราะเราก็ไม่ได้อยากฉาบฉวยกับมัน ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ครบปีดี อาจจะมีช่วงที่พลอยแอ็กทิฟกับมันเยอะมากก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ Priority หลักของพลอยคือโรงเรียน”


พลอย - รดา มิตรเจริญ
ด้วยความยากและเงื่อนไขต่าง ๆ ในเมืองนี้ อะไรทำให้เรายังคงไปต่อ?
“พลอยไม่เคยไม่สนุกกับการสอนเลย จะเด็กเก่งหรือไม่เก่ง สมมติถ้าอยู่ข้างนอกพลอยหน้าบึ้ง แต่พอเดินเข้าโรงเรียนเจอเด็กปุ๊บ พลอยจะเป็นอีกพลอยเลย แล้วมันเป็นงานที่พลอยไม่เคยเบื่อเลย ยังสนุกตลอด พลอยว่ามันเป็นเป้าหมายที่ทำให้รู้สึกว่าโรงเรียนไปได้เรื่อย ๆ จุดที่รู้สึกว่าเบิร์นเอาต์มันเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเด็กแต่เป็นเวทีที่น้อยหรือการซัปพอร์ตข้างนอกที่เด็กไม่ได้มีพื้นที่ หรือว่าจะจัดคอนเสิร์ตเด็กแต่ละทีมันไม่มีห้องที่มีแกรนด์เปียโนคุณภาพวางแบบนั้น พวกนี้ทำให้เรารู้สึกต้องแอ็กทิฟว่าทำยังไงให้วันหนึ่งเราจะมีหรือจะทำอย่างนั้นให้เด็กได้”
การซัปพอร์ตที่พูดถึงเป็นยังไงได้บ้าง?
“มันควรจะเป็นพื้นที่ที่ win-win ทั้งสองทาง เปิดพื้นที่ไว้เป็นฮอลล์หรือเป็นอะไรก็ได้ ถึงเวลาเรามีโปรเจกต์อะไรเราก็เข้าไปใช้พื้นที่นั้น ฝั่งเราได้แสดงผลงาน ฝั่งนั้นก็อาจจะกระตุ้นพื้นที่เขามากขึ้น ไม่ต้องคุยกันเรื่องจะมาจ้างเราไปเล่นหรืออะไรหรอกเพราะว่านักดนตรีหรือเด็ก ๆ อยากได้พื้นที่จะไปแสดงอยู่แล้ว”
ลำปางจะไปถึงจุดที่เป็นเมืองแห่งดนตรี สามารถผลิตนักดนตรี มีค่ายเพลงเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ไหม?
“การไปถึงตรงนั้นมันไม่ใช่ง่าย ๆ พลอยทำห้องซ้อมที่จะเป็นห้องอัดมาครึ่งปีแต่สุดท้ายอุปกรณ์ในห้องอัด แค่บุผนังห้องสี่เหลี่ยมก็เป็นแสน ๆ แล้ว จะต้องซื้อของอีกหลายแสน ห้องเสร็จ ผนังเสร็จ แต่ว่าเงินที่จะซื้อของเข้ามาใส่มาเติมมันเพิ่มไปเรื่อย ๆ มันเป็นจริงยากมาก แล้ววนกลับมาว่าศิลปินที่ทำเพลงแล้วจะเข้ามาใช้ห้องในการอัดก็ไม่ได้มีเยอะเพราะนักดนตรีก็มีแค่ไม่กี่วงที่ทำเพลงกัน และบุคลากรที่จะเป็น Sound Engineer ในการคุมอัดจะเป็นเราคนเดียวก็ไม่ได้ เราไม่ได้ชำนาญการเรื่องนั้น ถ้าลองมองย้อนกลับไปมันอาจจะเริ่มตั้งแต่การไม่เกิดการแข่งขันในอาชีพของนักดนตรีด้วยกันและการไม่ได้อยากมีตัวตนอยู่แล้ว รู้สึกแค่ว่าทำงานได้เงินกลับบ้าน ไม่ได้อยากรู้สึกว่าการเป็นศิลปินคืออะไรหรือจะต้องเก่งเฉพาะทางเพื่ออะไร”
อนาคตของ Happy Academy ในเมืองลำปางเป็นอย่างไร?
“พลอยว่าเราคุมคุณภาพไปเรื่อย ๆ เราผลิตเด็กที่มีผลงานไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเด็กอยู่กับเรามา 2 ปี โชว์แต่ละครั้งเราจะเห็นพัฒนาการเด็กก้าวกระโดดไปเยอะมาก ฉะนั้นที่พลอยต้องทำต่อคือครูต้องเก่งขึ้นไปได้อีกในระหว่างที่เด็กก็เดินหน้าเหมือนกัน เพราะฉะนั้นครูห้ามหยุดเดิน ถ้าเด็กเก่งไปเรื่อย ๆ สุดท้ายครูจะตัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่พลอยรู้สึกว่าจะเกิดภายในอีก 3 ปี 5 ปีแน่ ๆ สุดท้ายแล้วเด็กไม่ได้ Basic แล้ว เขาไปขั้น Intermediate หรือ Advance แล้วใครจะรับเด็กกลุ่มนี้ต่อ สำหรับโรงเรียนนี้พลอยวางแผนว่ามันจะอยู่ตลอดไปนะ พลอยไม่ได้มองว่าจะอยู่ 5 ปี 10 ปี พลอยไม่ทำต่อก็ต้องเป็นอีกเจนฯ นึงในครอบครัว น้องชายพลอยต้องมาทำต่อ ซึ่งเราวางแผนที่บ้านแล้วว่าธุรกิจนี้มันจะรุ่นต่อรุ่นไปเรื่อย ๆ”
ดนตรีเป็นเรื่องที่ถูกมองเป็นเพียงความบันเทิงเสียส่วนมาก แต่แท้จริงแล้วศิลปะดนตรีนั้นเป็นการพัฒนา soft skills อย่างหนึ่งทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในสังคมปัจจุบันดนตรีมีความสำคัญถึงขนาดเป็นสิ่งบ่งบอกเอกลักษณ์ของเมืองได้ เช่น จังหวัดสุพรรณบุรีที่รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์โลกด้านดนตรี (The City of Music) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อเดือนตุลาคมในปีนี้ ลำปางเองมีเอกลักษณ์ทางดนตรีในแบบของภาคเหนือ ทั้งเด็ก เยาวชน และคนลำปางทั่วไปจำนวนมากก็พร้อมจะให้ความสนใจและสนับสนุน จึงหวังว่าวงการดนตรีในลำปางจะได้รับการส่งเสริมให้สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ทั้งในระดับบุคคลและระดับเมือง
สีสันสตูดิโอ
“ศิลปะ ดนตรี กีฬา เป็นเครื่องเยียวยาจิตใจ” เราต่างได้ทำความรู้จักกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือหรือเพื่อความบันเทิง ศิลปะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์และเป็นสิ่งที่ทำให้ “เฟิร์น - ธณิวัณย์ คำเป็ง” คนลำปางวัย 27 ปี ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตและประกอบกิจการอยู่ที่บ้าน เฟิร์นจบการศึกษาจากคณะวิจิตรศิลป์ สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนจะกลับมาลำปาง เฟิร์นทำงานสอนศิลปะอยู่ที่เชียงใหม่จึงเกิดความคิดต่อยอดว่า แล้วที่ลำปางมีโรงเรียนสอนศิลปะให้กับเด็กมากน้อยแค่ไหน? ด้วยเป็นสิ่งที่ถนัดและอยากให้เด็กลำปางได้เรียนรู้ศิลปะจึงเกิดเป็น “สีสันสตูดิโอ” ขึ้น
ทำไมถึงเลือกกลับบ้าน?
เฟิร์นกล่าวว่า “กลับมาแล้วได้อยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตอนทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ เราโทรหรือวิดีโอคอลหาแต่ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันจริง ๆ อย่างเช่นในวันพิเศษต่าง ๆ ด้วยวิถีชีวิตที่เชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นการทำงาน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวหรือเข้าสังคม จึงอยากจะกลับมาใช้เวลากับครอบครัวมากกว่า กลับบ้านมาก็ได้ทำอะไรต่าง ๆ ได้พัฒนาตัวเอง มีเวลาให้ทั้งตัวเองและครอบครัว”
ในปีแรกของการกลับบ้านเฟิร์นยังไม่ได้เริ่มสอนศิลปะจริงจังจนกระทั่งได้มีโอกาสไปจัด workshop ปั้นดิน ในเทศกาลวันวาเลนไทน์ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก หลังจากงานในครั้งนั้น เมื่อมีเวลาว่างตกผลึกจึงได้ไอเดียในการลองเปิดสอนศิลปะ หากนับจากตอนแรกที่เริ่มทำสีสันสตูดิโอเมื่อเดือนเมษายน ปี 2565 มาถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าปีครึ่งแล้ว สำหรับการเปิดสอนศิลปะ เฟิร์นเล่าว่าผลตอบรับจากนักเรียนในจังหวัดลำปางดีกว่าที่คิด ด้วยการสอนที่เน้นการเรียนรู้ระหว่างกิจกรรมมากกว่าการตัดสินที่ผลของชิ้นงานในตอนสุดท้าย เด็ก ๆ มีพ่อแม่ผู้ปกครองที่ให้ความสนับสนุน ในระยะเวลาปีกว่านี้ทุกอย่างค่อย ๆ ลงตัว ทำให้สามารถเลี้ยงตนเองอยู่ได้ในจังหวัดลำปาง
แผนต่อไปของเฟิร์นและสีสันสตูดิโอ?
“อยากพัฒนาความสามารถของเราเองเพื่อให้เด็กที่มาเรียนได้รับประโยชน์มากที่สุด อยากพัฒนาทั้งตัวเองและสตูดิโอ อีกอย่างคืออยากทำงานศิลปะให้มากขึ้น เราจบวาดรูปมาแต่ไม่ค่อยได้วาดเลย อยากให้เด็กเห็นว่าครูเฟิร์นก็ทำงานศิลปะนะ”

เฟิร์น - ธณิวัณย์ คำเป็ง
นอกจากการสอนศิลปะแล้วเฟิร์นยังพูดถึงพื้นที่ทางศิลปะในลำปาง อย่างเช่น แกลเลอรี คืออยากให้ลำปางมีแกลเลอรีแสดงและขายผลงานศิลปะที่มาจากฝีมือคนลำปางหรือนักเรียนที่เรียนศิลปะ ให้เด็ก ๆ สามารถเข้าไปดูและเห็นว่าภาพวาดก็สามารถขายได้และเป็นตลาดของคนลำปางอย่างแท้จริง เฟิร์นเล่าว่าตอนที่เรียนศิลปะในมหาวิทยาลัย บางสาขาไม่มีการฝึกงานทำให้ไม่มีคอนเนคชั่น ไม่รู้จักคนที่อยู่ในวงการ ไม่รู้จะติดต่อสื่อสารกันอย่างไร ทำให้บางคนหลุดออจากวงโคจรของศิลปะไป ตามสิ่งสำคัญที่จะทำให้ศิลปะสามารถเติบโตได้คือการที่มีผู้ชมเห็นและวิจารณ์งานให้เราพัฒนาเติบโตได้
ปัจจุบันสีสันสตูดิโอนอกจากสอนศิลปะยังรับทำ workshop ศิลปะที่ออกแบบตามเทศกาล การเพ้นท์ การปั้นดินเยื่อกระดาษ เหมาะสำหรับเด็กทุกช่วงวัยที่อยากพักจากความเครียดของการเรียนทางด้านวิชาการ นักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นเด็กปฐมวัยที่ผู้ปกครองอยากให้ฝึกสมาธิ ปล่อยพลัง ปล่อยจินตนาการผ่านศิลปะ ถือว่า “สีสันสตูดิโอ” เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ประสบความสำเร็จของคนลำปางที่อยากใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านไปพร้อม ๆ กับการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเด็กและคนทุกช่วงวัยที่มีความสนใจด้านศิลปะในจังหวัดลำปาง
เรื่องราวของ “GHOM LANNA” “Happy Academy” และ “สีสันสตูดิโอ” เป็นตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลงในสังคมจากคนรุ่นใหม่ที่หอบเอาความฝันและความหวังกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่บ้านโดยหวังว่าความรู้ ประสบการณ์ และความตั้งใจของพวกเขาจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมบางอย่างขึ้นในบ้านเกิด ในอนาคตกระแสคนกลับบ้านอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในขณะนั้น ทว่าในวันนี้หากใครที่เริ่มมีความคิดอยากกลับบ้าน ลองคิดต่อไปอีกซักนิด เพราะคุณอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งใหม่ ๆ ในเมืองนี้ก็เป็นได้
โจทย์หลักของป่านในลำปางยังคงเป็นเรื่องของความเป็นวัฒนธรรมภาคเหนือที่ป่านตั้งใจจะสื่อสารออกไปให้คนรู้จักได้มากที่สุด
ปัจจุบันนอกจากของชิ้นเล็กและเครื่องประดับต่าง ๆ โคมที่ออกแบบและผลิตโดย GHOM
LANNA ก็ยังเป็นโคมแปดเหลี่ยมของลำปางที่ป่านอยากจะนำเสนอเป็นไฮไลท์ให้ทุกคนได้ร่วมกันเห็นคุณค่าของงานสร้างสรรค์จังหวัดลำปางไปด้วยกัน