ออกแบบอนาคต “รถม้าและเมืองลำปาง”

ออกแบบอนาคต “รถม้าและเมืองลำปาง”
“เมืองรถม้า” เป็นคำอธิบายจังหวัดลำปางที่ชัดเจนและง่ายที่สุด ทุกคนรับรู้ว่าลำปางคือจังหวัดหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ยังมีรถม้าเป็นพาหนะและวิ่งอยู่บนถนนจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่ที่รถม้าเริ่มเข้ามาครั้งแรกในช่วงรัชกาลที่ 4 จากอิทธิพลตะวันตก ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีถูกนำมาใช้ในราชสำนัก ก่อนจะแพร่หลายสู่การใช้งานราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะในช่วงที่ลำปางเฟื่องฟูจนถูกขนานนามว่า “ยุคลำปางเรอเนซองส์” รถม้าก็กลายเป็นภาพจำของความรุ่งเรืองในยุคนั้น
เมื่อราวปี พ.ศ. 2458 การคมนาคมทางรางมีการพัฒนา รถไฟสายเหนือเปิดให้บริการถึงตัวเมืองลำปาง รถม้าจึงกลายเป็นพาหนะหลักที่เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟกับตัวเมือง โดยรถม้าคันแรกของลำปางนั้นเป็นของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางคนสุดท้าย หลังจากนั้น รถม้าก็เริ่มแพร่หลายในลำปางและเมืองอื่น ๆ ก่อนที่ระบบขนส่งสมัยใหม่จะเข้ามาแทนที่ หลงเหลือเพียงจังหวัดลำปางที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมนี้ไว้และใช้รถม้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน
เรียกได้ว่ารถม้าคือ “อดีตที่ยังมีชีวิต” และเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดลำปาง คำถามต่อมาคือ แล้วอัตลักษณ์นี้จะยังเดินหน้าสู่ “อนาคต” ไปพร้อมกับเมืองได้หรือไม่ เมื่อความท้าทายต่าง ๆ ในโลกยุคใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพลวัตร ทำให้การรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญนี้เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การขบคิดกันอย่างจริงจัง
รถม้ากับความท้าทายในปัจจุบัน
หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของรถม้าลำปางในปัจจุบันคือ จำนวนคนขับรถม้าที่ค่อย ๆ ลดลงจนปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 100 คัน คนรุ่นใหม่ไม่สนใจสืบทอดอาชีพนี้ เพราะมองว่ามีรายได้ไม่แน่นอน และมีภาระหนักในการดูแลม้าที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกวัน แม้ไม่ได้ออกวิ่งก็ยังมีต้นทุนค่าอาหาร การทำความสะอาด รวมถึงค่ารักษาสุขภาพ ต่างจากรถยนต์ที่สามารถจอดไว้ทิ้งไว้ได้ ตัวรถม้าก็มีมูลค่าสูงตั้งแต่หลักหมื่นกลาง ๆ ไปจนถึงหลักแสน นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจลำปางและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็เป็นปัจจัยแปรผันที่กำหนดจำนวนเที่ยวและรายได้ ยิ่งทำให้อาชีพนี้ไม่จูงใจคนรุ่นใหม่ อนาคตรถม้าลำปางจึงเผชิญกับความเสี่ยงที่จะไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่บนท้องถนนอีกต่อไป
นอกจากนี้ ระบบสนับสนุนจากภาครัฐและท้องถิ่นก็ยังขาดความชัดเจน แม้จะมีการดึงรถม้าเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมระดับเมือง เช่น งานรถม้ารถไฟนครลำปางที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ก็ยังขาดมุมมองด้านความยั่งยืน รถม้าถูกใช้เป็นเครื่องมือโปรโมตการท่องเที่ยวลำปางอยู่เสมอ แต่คนขับรถม้ายังไม่ได้รับการสนับสนุนที่เป็นระบบ เช่น กองทุนเลี้ยงม้า การพัฒนาสวัสดิการ หรือการประกันรายได้ คนขับรถม้าหลายคนต้องหาอาชีพเสริม ปัญหาเกี่ยวกับกฎระเบียบและความปลอดภัยก็ยังไม่ชัดเจน ในขณะที่การตะหนักรู้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์เพิ่มขึ้น จนอาจมีบางกลุ่มตั้งคำถามถึงจริยธรรมการใช้งานม้าในอากาศร้อนหรือการทำงานหนักเกินไป
อีกประเด็นที่อาจไม่ค่อยถูกพูดถึง คือ รถม้าที่ใช้ม้าไทยซึ่งเป็นม้าสายพันธุ์โบราณที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสรีระของม้าไทยที่ตัวเล็กกว่าม้าสายพันธุ์ต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่นิยม และผู้ประกอบการบางรายผสมข้ามสายพันธุ์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งกำลังคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของม้าโบราณ ข้อมูลจากมูลนิธิม้าลำปางในปี 2563 เปิดเผยว่าจังหวัดลำปางขณะนี้เหลือม้าไทยโบราณจริง ๆ ไม่ถึง 20% แล้ว
ลำปางไม่ลำพัง: กรณีศึกษา NYC
ในขณะที่ลำปางพยายามรักษารถม้าไว้เป็นอัตลักษณ์เมือง ท่ามกลางคำถามเรื่องความยั่งยืนและสวัสดิภาพสัตว์ เมืองใหญ่อย่างนครนิวยอร์กก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน ปัจจุบันนิวยอร์คมีการวางระบบกำกับดูแลรถม้าไว้อย่างเข้มงวดและอยู่ภายใต้การควบคุมแบบครบวงจร ตั้งแต่ตัวม้า คนขับ รถ ไปจนถึงเวลาทำงาน อุณหภูมิ และใบอนุญาต โดยแต่ละส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ทั้งกรมอนามัย สำนักงานสัตวแพทย์ และกรมคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมายนครนิวยอร์กกำหนดไว้ชัดเจนว่าม้าทุกตัวต้องมีใบอนุญาตและผ่านการตรวจสุขภาพทุก 4-8 เดือน คนขับรถม้าต้องผ่านการอบรมและมีใบอนุญาตเป็นคนขับรถม้า มีการกำหนดให้ชั่วโมงทำงานของม้าต้องไม่เกิน 9 ชั่วโมงต่อวัน และต้องได้หยุดพักผ่อนนอกเมืองอย่างน้อย 5 สัปดาห์ต่อปี ห้ามใช้งานม้าในอุณหภูมิร้อนจัด (มากกว่า 32°C) หรือหนาวจัด (น้อยกว่า -8°C) รถม้าต้องติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน เช่น ป้ายทะเบียน ไฟสะท้อนแสง เบรก และถุงรองมูลม้า ม้าต้องใส่ผ้าห่มกันหนาวหรือกันฝนตามสภาพอากาศ
กรณีนี้จึงอาจเป็นแนวปฏิบัติที่น่าศึกษา เพราะถึงแม้จะมีระเบียบต่าง ๆ มากำกับ แม้แต่มหานครนิวยอร์กก็ยังหนีไม่พ้นความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่กำลังเกิดขึ้นจากกฎหมายล่าสุดที่เสนอให้ยุติรถม้าภายในปี 2026 ซึ่งเป็นแรงกดดันจากกระแสคุ้มครองสวัดิภาพสัตว์และการเปลี่ยนผ่านของเมือง

เด็กรุ่นใหม่อยากมีส่วนร่วม
ที่ลำปาง คนรุ่นใหม่เริ่มลุกขึ้นมาทบทวนอัตลักษณ์ของเมืองผ่านโปรเจกต์ “ลอง Young (the Young Experimenter Vol.2)” เพื่อตีความและออกแบบแนวทางพัฒนาขึ้นใหม่ หนึ่งในผลงานที่เกิดขึ้นคือ “ม้าอยู่ที่ผม รถอยู่ที่ใคร” ซึ่งเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ผ่านการสังเกต สัมภาษณ์ และลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง แล้วนำเสนอเป็นผลงานการออกแบบรถม้าและสถานีรถม้าที่ตอบโจทย์ความเป็นปัจจุบันมากขึ้น
ผลงานนี้ใช้การออกแบบที่เน้นการพัฒนาความสบายทั้งม้าและผู้โดยสาร เช่น การใช้โช้คช่วยลดแรงกระแทกแทนแหนบที่รถม้าปัจจุบันนิยมใช้เพื่อให้โดยสารได้นุ่มนวลขึ้น ออกแบบเบาะรองรับสรีระและพื้นที่นั่งที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับผู้โดยสารหลากหลายกลุ่ม รวมถึงมีแนวคิดสร้างสถานีรถม้าในเมือง ใช้ไอเดียเรือนไทยภาคเหนือที่มีหลังคายกสูงช่วยระบายความชื้น แยกส่วนรถม้าและตัวม้าเพื่อควบคุมกลิ่น และตกแต่งด้วยลวดลายพื้นเมืองลำปาง เช่น ลายละกอนไส้หมู เพื่อเชื่อมรถม้าเข้ากับภูมิทัศน์เมืองร่วมสมัย


ออกแบบอนาคตรถม้าลำปาง
จากความท้าทายทั้งหมด สิ่งสำคัญที่สุดคือปัญหาการขาดคนรุ่นใหม่มาสืบทอดอาชีพคนขับรถม้า หากต้องการให้รถม้าอยู่รอด ต้องเริ่มจากการทำให้อาชีพนี้มีคุณค่า มีกิน มีมาตรฐาน และมีอนาคต เช่น การจัดตั้งโรงเรียนหรือศูนย์ฝึกอบรมคนขับรถม้า เหมือนกับศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่อำเภอห้างฉัตร ครอบคลุมทั้งการขับ การดูแลม้า การสื่อสารกับนักท่องเที่ยว และการจัดการความปลอดภัย สร้างระบบใบอนุญาตคนขับรถม้าสำหรับผู้ผ่านการอบรม จัดตั้งศูนย์บริการครบวงจรที่รวมองค์ความรู้ด้านอาหาร การรักษา การออกแบบรถม้า ไปจนถึงการบำรุงสายพันธุ์ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งอาหารและอะไหล่จากชุมชน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายสารถีรุ่นใหม่ ส่งเสริมให้เยาวชนเข้ามามีบทบาทผ่านทุนฝึกงาน เวิร์กชอป หรือกิจกรรมต่าง ๆ และจัดระเบียบการให้บริการรถม้าให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเวลา เส้นทาง หรือเงื่อนไขด้านอุณหภูมิ
ที่สำคัญคือ ประกาศให้รถม้าเป็นวาระสำคัญของลำปาง สร้างเทศบัญญัติดูแลรถม้าให้เกิดมาตรฐานและความเป็นระเบียบ สื่อสารกับคนขับรถม้าเพื่อขอความเห็นในการพัฒนา ดึงให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น เปิดพื้นที่ให้คนลำปางได้ร่วมออกแบบรถม้า สร้างพิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการถาวรที่ให้ความรู้เชิงลึกในเรื่องโครงสร้างรถม้า ตัวม้า อาหาร อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงชุมชนที่ผลิตรถม้า ช่างเกือกม้า และเรื่องราวเบื้องหลังอื่น ๆ
หากจะทำให้รถม้าอยู่ต่ออย่างมีอนาคต คำตอบอาจอยู่ที่การออกแบบระบบใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ
อย่างเหมาะสมและใส่ใจ เพราะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มแก้ปัญหาก็คือ “ตอนนี้”

________________
อ้างอิง
ว่าที่ร้อยเอกสุพจน์ ใจรวมกูล. (23 พฤษภาคม 2568). สัมภาษณ์.
ไทยโพสต์. (6 กุมภาพันธ์ 2563). ‘ม้าลำปาง’ เสี่ยงสูญพันธุ์ มูลนิธิฯ เร่งอนุรักษ์พันธุกรรมพื้นถิ่น.
https://www.thaipost.net/main/detail/58258
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ไม่ระบุปี). กิจกรรมรถม้ากลางวัน รถม้ากลางคืน ชมย่านบ้านเก่าเล่าเรื่องเมืองลำปาง.
https://thai.tourismthailand.org/Attraction/กิจกรรมรถม้ากลางวัน-รถม้ากลางคืน-ชมย่านบ้านเก่าเล่าเรื่องเมืองลำปาง
NYC Department of Health. (ไม่ระบุปี). Horses Working in NYC.
https://www.nyc.gov/site/doh/health/health-topics/horses.page