ภาพเขียนสีเขาจันทร์งาม รอยสีแดงบนผนังหิน กับเรื่องราวของมนุษย์ก่อนตัวอักษรในโคราช

เมื่อมนุษย์ยังไม่มีภาษา
เขาเล่าเรื่องอย่างไร
ท่ามกลางก้อนหินทรายขนาดใหญ่ที่เรียงตัวเป็นเพิงผา
หากมองขึ้นไปบนผนังหินสูงจากพื้นดินราว 3–4 เมตร จะเห็นร่องรอยสีแดงจาง ๆ ปรากฏเป็นรูปคน
สัตว์ และสัญลักษณ์บางอย่างที่ยังตีความไม่ได้ทั้งหมด
ภาพเหล่านี้ไม่ได้ถูกวาดขึ้นเพื่อความสวยงาม
หากแต่เป็น “การเล่าเรื่อง” ของมนุษย์ในยุคที่ยังไม่มีตัวอักษร ไม่มีหนังสือ
และไม่มีประวัติศาสตร์ในความหมายแบบที่เรารู้จัก
สถานที่แห่งนี้คือ “เขาจันทร์งาม” อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่บอกเราว่า ดินแดนโคราชมีผู้คนอาศัยอยู่มาแล้วอย่างน้อย 3,000–4,000 ปี

https://archaeology.sac.or.th/archaeology/180
โคราชก่อนเมือง ก่อนปราสาท และก่อนประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียน
ก่อนที่นครราชสีมาจะกลายเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ
หรือก่อนที่อารยธรรมแบบขอมจะทิ้งร่องรอยไว้ในภูมิภาคนี้
ดินแดนที่ราบสูงโคราชเคยเป็นพื้นที่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน
หลักฐานในภูมิภาคอีสาน เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และแหล่งโบราณคดีบ้านโนนชัย จังหวัดขอนแก่น ช่วยให้เราเข้าใจพัฒนาการของมนุษย์ยุคโบราณ แต่สำหรับโคราชเอง แหล่งอย่างบ้านปราสาทและบ้านโนนวัดสะท้อนชีวิตในยุคเริ่มต้นของสังคมเกษตร ในขณะที่ “เขาจันทร์งาม” แตกต่างออกไป เพราะไม่ได้ให้เพียงวัตถุโบราณ แต่ให้ “ภาพความคิด” ของมนุษย์ในช่วงเวลานั้น

https://archaeology.sac.or.th/archaeology/180
ภูมิประเทศที่เอื้อให้มนุษย์ตั้งถิ่นฐาน
พื้นที่เขาจันทร์งามตั้งอยู่บริเวณวัดเลิศสวัสดิ์
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเตียน–เขาเขื่อนลั่น
ลักษณะเป็นภูเขาหินทรายในกลุ่มหินโคราช ซึ่งก่อให้เกิดก้อนหินขนาดใหญ่เรียงตัวกันเป็นเพิงผาและช่องว่างตามธรรมชาติ
เพิงผาเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือน “บ้าน” ของมนุษย์ในอดีต ใช้หลบแดดและฝน สามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ และอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ลำห้วยซับหว้าและลำตะคอง พื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 451 เมตร และมีแหล่งน้ำใกล้เคียงเช่นนี้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์กึ่งเร่ร่อนที่ยังพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก
เพิงผา: พื้นที่ชีวิตของมนุษย์ยุคแรก
ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์
มนุษย์ในภูมิภาคนี้ยังดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ เก็บของป่า และเคลื่อนย้ายตามฤดูกาล
เพิงผาและถ้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงที่พักพิง แต่เป็นพื้นที่ของกิจกรรมทั้งหมด เป็นทั้งที่อยู่อาศัย
เป็นที่รวมกลุ่ม รวมไปถึงเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม และในบางกรณี ยังเป็น
“พื้นที่สื่อสาร” ผ่านภาพเขียนบนผนังหิน
44
ภาพ กับเรื่องราวของชุมชนโบราณ
จากการสำรวจทางโบราณคดี
พบภาพเขียนสีที่เขาจันทร์งามรวม 44 ภาพ โดยใช้สีแดงจากแร่ธรรมชาติ
ภาพเหล่านี้
ประกอบด้วย
-
ภาพมนุษย์ 32 ภาพ
-
ภาพสัตว์ 5 ภาพ
-
ภาพอาวุธ 1 ภาพ
(คันธนูและลูกศร)
- และภาพที่ไม่สามารถจำแนกประเภทได้อีกจำนวนหนึ่ง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุด
คือภาพกลุ่มคนขนาดใหญ่บนผนังหินด้านทิศตะวันออก ซึ่งแสดงให้เห็นผู้คนหลายเพศหลายวัย
ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และสุนัข ในอิริยาบถที่หลากหลาย บางคนกำลัง ยืน บางคนกำลังเคลื่อนไหว
บางคนดูเหมือนกำลังเต้นรำ ขณะที่บางภาพแสดงการใช้ธนูล่าสัตว์
ภาพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพนิ่ง หากแต่เป็น “ฉากชีวิต” ของชุมชนในอดีต

https://www.facebook.com/seesankoratbaaneng?
มากกว่าศิลปะ
คือระบบความคิดของมนุษย์
ภาพเขียนสีเขาจันทร์งามไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะโบราณ
แต่สะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์ในยุคนั้นไม่ได้เพียงดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอด แต่ยังมีการรวมกลุ่มทางสังคม
การสื่อสาร และอาจมีระบบความเชื่อหรือพิธีกรรมบางอย่าง
การวาดภาพบนผนังหินจึงอาจเป็นทั้งการบันทึกเหตุการณ์
การสื่อสารระหว่างคนในกลุ่ม หรือแม้แต่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางความเชื่อ
นี่คือจุดที่ทำให้ภาพเขียนสีไม่ใช่เพียง
“ศิลปะ” แต่เป็น “ภาษา” รูปแบบหนึ่งของมนุษย์ก่อนตัวอักษร
รอยสีที่ยังไม่จาง
กับคำถามของปัจจุบัน
แม้เวลาจะผ่านมากว่า
4,000
ปี ร่องรอยสีแดงบนผนังหินยังคงปรากฏอยู่
และทำหน้าที่เป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโลกของผู้คนในอดีต
ภาพเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า
ประวัติศาสตร์ของโคราชไม่ได้เริ่มต้นจากยุคเมืองหรืออารยธรรมขอมเท่านั้น หากแต่มีรากลึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มรวมตัวกันเป็นชุมชน
และเริ่ม “เล่าเรื่องของตนเอง”
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า
ภาพเหล่านี้หมายถึงอะไร
แต่คือ ในวันที่เรามีภาษา มีเทคโนโลยี และมีเครื่องมือสื่อสารมากมาย
เรายัง “เล่าเรื่องของตัวเอง” ได้ลึกซึ้งเท่ามนุษย์เมื่อ 4,000 ปีก่อนหรือไม่
อ้างอิง
https://archaeology.sac.or.th/archaeology/180
https://mgronline.com/travel/detail/9640000047826
http://www.era.su.ac.th/rockpainting/northeast/khaochankgarm/index.html