มอเตอร์ไซค์ วิถีของเมืองกรุง ที่ไม่อาจมองข้าม

สำหรับคนกรุง
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบนั่งมอเตอร์ไซค์ แต่เชื่อเหลือเกินว่า อย่างน้อยๆ
ทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ในการขับขี่หรือไม่ก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์สักครั้งหนึ่ง
เนื่องจากมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะที่สามารถซอกแซกพาเราไปยังจุดหมายได้เร็วกว่าพาหนะอื่น
โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนรถติด-ถนนเป็นอัมพาต มอเตอร์ไซค์ทั้งส่วนบุคคลและมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ยิ่งมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น
ในการนำพาผู้คน สิ่งของ หรือสินค้าต่างๆ ไปได้ในทุกๆ ที่อย่างรวดเร็วและประหยัดราคา
มอเตอร์ไซค์
จึงกลืนกลายเป็นวิถีหนึ่งของเมืองกรุง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมขนส่งในเมืองหลวงอย่างปฏิเสธไม่ได้
อุปมาก็ไม่ต่างจากเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงเมือง ให้ดำเนินไปได้บนเงื่อนไขของความจำเป็น เพราะแม้ต้องเสี่ยงอุบัติเหตุหรืออันตรายบนท้องถนนแค่ไหน แต่ชาวกรุงก็ยังคงใช้มอเตอร์ไซค์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้
- เมืองกรุงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยซอกซอย ลึก วกวน และเป็นซอยตันเยอะมาก เมื่อเทียบกับถนนทั้งหมด โดยข้อมูลจากการศึกษาของศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC) พบว่า กรุงเทพฯ มีซอยตันมากถึง 45% ส่งผลให้ระบบขนส่งมวลชนเข้าไม่ถึงพื้นที่ชุมชนส่วนนี้ ชาวกรุงก็เลยจำเป็นต้องพึ่งพาพาหนะส่วนตัว อย่างรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ หรือถ้าไม่มี ก็ใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือวินมอเตอร์ไซค์ แทน โดยมอเตอร์ไซค์ถือว่ามีความคล่องตัวสูง และตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้ดีที่สุด
- เมืองกรุงมีระบบขนส่งสาธารณะที่ขาดประสิทธิภาพและครอบคลุมไม่ทั่วถึง ระบบถนนมีแต่สายหลัก แทบไม่มีสายรอง ขาดการเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายต้นทางกับปลายทางที่เป็นตรอกซอยต่างๆ ทำให้รถเมล์หรือรถสาธารณะอื่นๆ เข้าถึงได้ยาก จึงเป็นสาเหตุให้ชาวเมืองจำเป็นต้องเลือกใช้มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นการคมนาคมขนส่งระดับเส้นเลือดฝอยที่เชื่อมโยงถึงชุมชนในซอยได้สะดวก
- เมืองกรุงเป็นเมืองที่วิถีมอเตอร์ไซค์รวดเร็วและประหยัด นอกจากมอเตอร์ไซค์จะตอบโจทย์ในเรื่องของความซอกแซกไปตามซอยต่างๆ ได้ดีแล้ว ความรวดเร็วก็ยังเป็นเบอร์หนึ่ง และค่าน้ำมันหรือค่าโดยสารก็ถูกกว่าค่ารถไฟฟ้าหรือแท็กซี่ ส่วนรถเมล์ไม่ต้องพูดถึง เพราะเข้าถึงพื้นที่ชุมชนลำบาก แถมยังทำเวลาในการเดินทางไม่ได้ อีกด้วย มอเตอร์ไซค์จึงเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง มอเตอร์ไซค์ก็ยิ่งเป็นทางเลือกที่ใช่ เพราะประหยัดค่าโดยสารกว่าพาหนะอื่นๆ
จากวิถีข้างต้นของเมืองกรุง
ที่ผู้คนเลือกใช้มอเตอร์ไซค์ในการเดินทางกันเป็นจำนวนมาก
สมทบกับธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่เฟื่องฟูอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งทำให้ยอดการใช้มอเตอร์ไซค์พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยสถิติล่าสุด
กรุงเทพฯ มีตัวเลขมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนสูงถึง 4.1 ล้านคน
หรือคิดเป็นสัดส่วน 36% ของจำนวนรถทั้งหมด
รวมถึงมีวินมอเตอร์ไซค์เกือบ 5.6 พันวิน
และคนขับวินมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนอีก 8.5 หมื่นคน
หากนับคนขับวินฯ แอบแฝงเข้าไปด้วย ก็น่าจะมีถึง 2 แสนคน
ที่วิ่งให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วปริมาณการวิ่งต่อวันจะอยู่ที่ราวๆ
4-5 ล้านเที่ยว สูงกว่าจำนวนเที่ยวของรถไฟฟ้า BTS, MRT และแอร์พอร์ตลิงก์ 3.5-4.4 เท่าทีเดียว
รูปการณ์เช่นนี้ ตอกย้ำให้เห็นว่า
มอเตอร์ไซค์เป็นเส้นเลือดฝอยของชาวกรุงที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงเมืองอย่างยิ่ง
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา วิถีของมอเตอร์ไซค์กลับไม่ค่อยได้รับการเหลียวจากภาครัฐเท่าที่ควร
ทำให้ชาวเมืองต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ๆ หลายเรื่อง
อาทิ ปัญหาเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูง
โดยสถิติทุกปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์บนท้องถนนในกรุงเทพฯ
สูงเป็นอันดับ 2 รองจากรถยนต์นั่ง และจำนวนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์สูงเป็นอันดับ 1
ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากถนนไม่เอื้อต่อผู้ใช้มอเตอร์ไซค์, ปัญหาถูกกีดกันหรือห้ามใช้วิ่งบนถนนหลายประเภท
ทั้งที่เป็นถนนหลักสายสำคัญ ทางด่วน สะพาน หรืออุโมงค์ต่างๆ
อีกทั้งถนนบางเส้นยังจำกัดให้มอเตอร์ไซค์วิ่งได้เฉพาะเลนซ้าย ร่วมไปกับรถเมล์
รถความเร็วต่ำ และรถจอดข้างทาง ทั้งที่สิทธิการใช้ถนนของพาหนะต่างๆ
ควรเท่าเทียมกัน, ปัญหาขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในยามฝนตก
ทำให้บ่อยครั้งเรามักจะเห็นมอเตอร์ไซค์ขับฝ่าสายฝนอย่างน่าหวาดเสียว
หรือหาที่หลบฝนทนเปียกทนหนาวอยู่ตามใต้ทางด่วน สะพานลอย ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ
หรือตึกแถวริมทาง, ปัญหาไม่มีที่จอดเพียงพอและเหมาะสม ส่งผลให้มอเตอร์ไซค์ต้องจอดกีดขวางพื้นผิวจราจรหรือในที่ห้ามจอด
เสี่ยงถูกล็อกล้อ ยกรถ หรือเกิดอุบัติเหตุตามมาเป็นลูกโซ่ เป็นต้น
ปัญหาดังกล่าวนนอกจากเป็นปัญหาก้อนใหญ่และหนักหน่วง
ที่ผลักให้ชีวิตคนเมืองไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว ยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม ดังนั้นเพื่อการคุ้มครองสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิตของวิถีมอเตอร์ไซค์ในเมืองกรุงให้ดีขึ้น
ตลอดจนควบคุมไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก็ควรต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาให้กับผู้ขับขี่และวินมอเตอร์ไซค์
ยิ่งในอนาคต
วิถีของมอเตอร์ไซค์มีแนวโน้มจะเป็นเส้นเลือดฝอยที่แผ่กระจายไปทั่วกรุงมากกว่าเดิม
ภาครัฐก็ยิ่งมองข้ามไม่ได้ โดยหลักๆ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเบื้องต้น ก็เช่น
การลดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน
ด้วยการสร้างเลนมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ปะปนกับพาหนะอื่นๆ
อาจจะเป็นการกั้นแบ่งจากเลนถนนเดิมหรือสร้างเลนพิเศษแยกต่างหากออกมา เนื่องจากหลายประเทศแถบเอเชียอย่าง
จีน ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย ใช้วิธีนี้แล้วได้ผล,
การสร้างที่หลบฝนสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสม
อาจตั้งอยู่ริมถนนหรือแยกออกมาจากถนนเล็กน้อยก็ได้ เพื่อเวลาฝนตก ผู้ขับขี่จะได้มีที่จอดพักเป็นที่เป็นทาง
สะดวกและปลอดภัย หรือการสร้างที่จอดมอเตอร์ไซค์ตามจุดต่างๆ อย่างสถานีขนส่งสาธารณะ
โรงเรียน สถานพยาบาท สถานที่ราชการทุกแห่ง และออกกฎหมายให้อาคารเอกชนต้องทำที่จอดมอเตอร์ไซค์เอาไว้ด้วย
เพื่อให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์มีที่จอดรถเพียงพอ ไม่ต้องไปเบียดเบียนพื้นที่ต้องห้าม
รวมถึงกำหนดราคาค่าจอดที่จ่ายได้ ไม่แพงเกินไป
อย่างไรก็ตาม
เหล่าสิงห์มอเตอร์ไซค์เองก็ต้องปรับปรุงพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนนให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด
เพื่อสวัสดิภาพทั้งของตนเองและผู้อื่นด้วย
มอเตอร์ไซค์
วิถีของเมืองกรุง ก็จะได้แล่นไปบนความสะดวก ปลอดภัย ว่องไว และมีประสิทธิภาพจริงๆ
จังๆ กับเขาเสียที...
ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC
Urban Insight, 2019), สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร