มอเตอร์ไซค์ วิถีของเมืองกรุง ที่ไม่อาจมองข้าม

25 ธันวาคม 2023
|
149 อ่านข่าวนี้
|
17


สำหรับคนกรุง ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบนั่งมอเตอร์ไซค์ แต่เชื่อเหลือเกินว่า อย่างน้อยๆ ทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ในการขับขี่หรือไม่ก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์สักครั้งหนึ่ง

เนื่องจากมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะที่สามารถซอกแซกพาเราไปยังจุดหมายได้เร็วกว่าพาหนะอื่น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนรถติด-ถนนเป็นอัมพาต มอเตอร์ไซค์ทั้งส่วนบุคคลและมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ยิ่งมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ในการนำพาผู้คน สิ่งของ หรือสินค้าต่างๆ ไปได้ในทุกๆ ที่อย่างรวดเร็วและประหยัดราคา

มอเตอร์ไซค์ จึงกลืนกลายเป็นวิถีหนึ่งของเมืองกรุง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมขนส่งในเมืองหลวงอย่างปฏิเสธไม่ได้

อุปมาก็ไม่ต่างจากเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงเมือง ให้ดำเนินไปได้บนเงื่อนไขของความจำเป็น เพราะแม้ต้องเสี่ยงอุบัติเหตุหรืออันตรายบนท้องถนนแค่ไหน แต่ชาวกรุงก็ยังคงใช้มอเตอร์ไซค์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้

  • เมืองกรุงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยซอกซอย ลึก วกวน และเป็นซอยตันเยอะมาก เมื่อเทียบกับถนนทั้งหมด โดยข้อมูลจากการศึกษาของศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC) พบว่า กรุงเทพฯ มีซอยตันมากถึง 45% ส่งผลให้ระบบขนส่งมวลชนเข้าไม่ถึงพื้นที่ชุมชนส่วนนี้ ชาวกรุงก็เลยจำเป็นต้องพึ่งพาพาหนะส่วนตัว อย่างรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ หรือถ้าไม่มี ก็ใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือวินมอเตอร์ไซค์ แทน โดยมอเตอร์ไซค์ถือว่ามีความคล่องตัวสูง และตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้ดีที่สุด
  • เมืองกรุงมีระบบขนส่งสาธารณะที่ขาดประสิทธิภาพและครอบคลุมไม่ทั่วถึง ระบบถนนมีแต่สายหลัก แทบไม่มีสายรอง ขาดการเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายต้นทางกับปลายทางที่เป็นตรอกซอยต่างๆ ทำให้รถเมล์หรือรถสาธารณะอื่นๆ เข้าถึงได้ยาก จึงเป็นสาเหตุให้ชาวเมืองจำเป็นต้องเลือกใช้มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นการคมนาคมขนส่งระดับเส้นเลือดฝอยที่เชื่อมโยงถึงชุมชนในซอยได้สะดวก
  • เมืองกรุงเป็นเมืองที่วิถีมอเตอร์ไซค์รวดเร็วและประหยัด นอกจากมอเตอร์ไซค์จะตอบโจทย์ในเรื่องของความซอกแซกไปตามซอยต่างๆ ได้ดีแล้ว ความรวดเร็วก็ยังเป็นเบอร์หนึ่ง และค่าน้ำมันหรือค่าโดยสารก็ถูกกว่าค่ารถไฟฟ้าหรือแท็กซี่ ส่วนรถเมล์ไม่ต้องพูดถึง เพราะเข้าถึงพื้นที่ชุมชนลำบาก แถมยังทำเวลาในการเดินทางไม่ได้ อีกด้วย มอเตอร์ไซค์จึงเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง มอเตอร์ไซค์ก็ยิ่งเป็นทางเลือกที่ใช่ เพราะประหยัดค่าโดยสารกว่าพาหนะอื่นๆ  

จากวิถีข้างต้นของเมืองกรุง ที่ผู้คนเลือกใช้มอเตอร์ไซค์ในการเดินทางกันเป็นจำนวนมาก สมทบกับธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่เฟื่องฟูอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ยอดการใช้มอเตอร์ไซค์พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยสถิติล่าสุด กรุงเทพฯ มีตัวเลขมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนสูงถึง 4.1 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 36% ของจำนวนรถทั้งหมด รวมถึงมีวินมอเตอร์ไซค์เกือบ 5.6 พันวิน และคนขับวินมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนอีก 8.5 หมื่นคน หากนับคนขับวินฯ แอบแฝงเข้าไปด้วย ก็น่าจะมีถึง 2 แสนคน ที่วิ่งให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วปริมาณการวิ่งต่อวันจะอยู่ที่ราวๆ 4-5 ล้านเที่ยว สูงกว่าจำนวนเที่ยวของรถไฟฟ้า BTS, MRT และแอร์พอร์ตลิงก์ 3.5-4.4 เท่าทีเดียว

รูปการณ์เช่นนี้ ตอกย้ำให้เห็นว่า มอเตอร์ไซค์เป็นเส้นเลือดฝอยของชาวกรุงที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงเมืองอย่างยิ่ง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา วิถีของมอเตอร์ไซค์กลับไม่ค่อยได้รับการเหลียวจากภาครัฐเท่าที่ควร ทำให้ชาวเมืองต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ๆ หลายเรื่อง

อาทิ ปัญหาเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูง โดยสถิติทุกปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์บนท้องถนนในกรุงเทพฯ สูงเป็นอันดับ 2 รองจากรถยนต์นั่ง และจำนวนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์สูงเป็นอันดับ 1 ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากถนนไม่เอื้อต่อผู้ใช้มอเตอร์ไซค์, ปัญหาถูกกีดกันหรือห้ามใช้วิ่งบนถนนหลายประเภท ทั้งที่เป็นถนนหลักสายสำคัญ ทางด่วน สะพาน หรืออุโมงค์ต่างๆ อีกทั้งถนนบางเส้นยังจำกัดให้มอเตอร์ไซค์วิ่งได้เฉพาะเลนซ้าย ร่วมไปกับรถเมล์ รถความเร็วต่ำ และรถจอดข้างทาง ทั้งที่สิทธิการใช้ถนนของพาหนะต่างๆ ควรเท่าเทียมกัน, ปัญหาขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในยามฝนตก ทำให้บ่อยครั้งเรามักจะเห็นมอเตอร์ไซค์ขับฝ่าสายฝนอย่างน่าหวาดเสียว หรือหาที่หลบฝนทนเปียกทนหนาวอยู่ตามใต้ทางด่วน สะพานลอย ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ หรือตึกแถวริมทาง, ปัญหาไม่มีที่จอดเพียงพอและเหมาะสม ส่งผลให้มอเตอร์ไซค์ต้องจอดกีดขวางพื้นผิวจราจรหรือในที่ห้ามจอด เสี่ยงถูกล็อกล้อ ยกรถ หรือเกิดอุบัติเหตุตามมาเป็นลูกโซ่ เป็นต้น

ปัญหาดังกล่าวนนอกจากเป็นปัญหาก้อนใหญ่และหนักหน่วง ที่ผลักให้ชีวิตคนเมืองไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว ยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม ดังนั้นเพื่อการคุ้มครองสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิตของวิถีมอเตอร์ไซค์ในเมืองกรุงให้ดีขึ้น ตลอดจนควบคุมไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ควรต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาให้กับผู้ขับขี่และวินมอเตอร์ไซค์

ยิ่งในอนาคต วิถีของมอเตอร์ไซค์มีแนวโน้มจะเป็นเส้นเลือดฝอยที่แผ่กระจายไปทั่วกรุงมากกว่าเดิม ภาครัฐก็ยิ่งมองข้ามไม่ได้ โดยหลักๆ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเบื้องต้น ก็เช่น การลดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน ด้วยการสร้างเลนมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ปะปนกับพาหนะอื่นๆ อาจจะเป็นการกั้นแบ่งจากเลนถนนเดิมหรือสร้างเลนพิเศษแยกต่างหากออกมา เนื่องจากหลายประเทศแถบเอเชียอย่าง จีน ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย ใช้วิธีนี้แล้วได้ผล, การสร้างที่หลบฝนสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสม อาจตั้งอยู่ริมถนนหรือแยกออกมาจากถนนเล็กน้อยก็ได้ เพื่อเวลาฝนตก ผู้ขับขี่จะได้มีที่จอดพักเป็นที่เป็นทาง สะดวกและปลอดภัย หรือการสร้างที่จอดมอเตอร์ไซค์ตามจุดต่างๆ อย่างสถานีขนส่งสาธารณะ โรงเรียน สถานพยาบาท สถานที่ราชการทุกแห่ง และออกกฎหมายให้อาคารเอกชนต้องทำที่จอดมอเตอร์ไซค์เอาไว้ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์มีที่จอดรถเพียงพอ ไม่ต้องไปเบียดเบียนพื้นที่ต้องห้าม รวมถึงกำหนดราคาค่าจอดที่จ่ายได้ ไม่แพงเกินไป

อย่างไรก็ตาม เหล่าสิงห์มอเตอร์ไซค์เองก็ต้องปรับปรุงพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนนให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด เพื่อสวัสดิภาพทั้งของตนเองและผู้อื่นด้วย

มอเตอร์ไซค์ วิถีของเมืองกรุง ก็จะได้แล่นไปบนความสะดวก ปลอดภัย ว่องไว และมีประสิทธิภาพจริงๆ จังๆ กับเขาเสียที...

 

ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC Urban Insight, 2019), สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร

0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI