แฟชั่นหมุนเวียน อนาคตสดใสของสไตล์ที่ยั่งยืน

credit : https://unsplash.com/photos/a-stack-of-jeans-sitting-on-top-of-each-other-aWLTXw6kbDw
แฟชั่นหมุนเวียน อนาคตสดใสของสไตล์ที่ยั่งยืน
ถ้าเราติดตามเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังฮิตติดกระแส ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถูกปรับปรุงให้คำนึงถึงและใส่ใจโลกมากขึ้น ในฐานะผู้บริโภค อาจเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจผลกระทบที่อุตสาหกรรมแฟชั่นมีต่อสิ่งแวดล้อมของเรา เมื่อเราซื้อของในร้านค้าที่เราชื่นชอบซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ผลิตเสื้อผ้าหลายพันไมล์ (หรืออาจจะอยู่ต่างทวีปเลยก็เป็นได้) แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาพิจารณาว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถหมุนเวียนและประหยัดทรัพยากรโลกได้ดีกว่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้เราได้เห็นสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมอย่าง Stella McCartney ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องแฟชั่นหมุนเวียนนี้ บทความนี้จะชวนพวกเราเหล่าแฟชั่นนิสต้ามาสำรวจความแตกต่างระหว่างแฟชั่นหมุนเวียนและแฟชั่นเชิงเส้นกัน และทำความเข้าใจแนวคิดนี้ผ่านแบรนด์ที่ทำให้แฟชั่นหมุนเวียนเป็นจริง
แล้วแฟชั่นหมุนเวียนคืออะไร
แอนนา บริสมาร์ (Anna Brismar) ได้พัฒนาแนวคิดของแฟชั่นหมุนเวียนโดยยึดตามเศรษฐกิจหมุนเวียน ในปี 2560 บริสมาร์ ได้นิยามแฟชั่นหมุนเวียนว่าเป็น เสื้อผ้า รองเท้า หรือเครื่องประดับที่ออกแบบ จัดหา ผลิต และจัดเตรียมด้วยสำนึกรับผิดชอบที่จะหมุนเวียนใช้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพในสังคมให้นานที่สุด ในรูปแบบที่มีคุณค่ามากที่สุด และกลับคืนสู่โลกโดยปราศจากพิษภัยต่อสิ่งมีชีวิตเมื่อไม่เป็นที่ต้องการใช้งานต่อไป โดยทั่วไปแล้วแฟชั่นหมุนเวียนจะนำทรัพยากรที่อุตสาหกรรมแฟชั่นมีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ และมักจะเริ่มต้นจุดแรกของวงจรหรือวัฏจักรในขั้นตอนการออกแบบ
เพื่อให้คำศัพท์ต่างๆ เข้าใจง่ายขึ้น เราลองนึกถึงกางเกงยีนส์สักตัวหนึ่ง ในระบบแฟชั่นเชิงเส้นในปัจจุบันของเรา นักออกแบบจะเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะของผ้าเดนิม ไม่ว่าจะเป็น ผิวสัมผัส โทนสี เนื้อผ้า เส้นใย การทอ ฯลฯ ทีมผู้ผลิตจะทำงานเพื่อคัดสรรวัตถุดิบที่เหมาะสม โรงงานจะผลิตกางเกงยีนส์จำนวนมาก และร้านค้าปลีกจะขายให้กับผู้บริโภค ผู้บริโภคมักมองว่ากางเกงยีนส์เหล่านี้เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง และเมื่อสิ้นสุดวงจรชีวิตยีนส์ พวกเขาก็อาจจะลงเอยด้วยการฝังกลบ
แฟชั่นหมุนเวียนจะมีวงจรชีวิตที่แตกต่างออกไป ทุกขั้นตอนในการผลิตยีนส์แต่ละตัวจะนำกลับไปสู่ความยืนยาวและความยั่งยืนของยีนส์ตัวนั้น นักออกแบบแฟชั่นหมุนเวียนจึงต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
• เสื้อผ้าชิ้นนี้มีความทนทานเพียงพอสำหรับปีต่อๆ ไปหรือไม่
• จินตนาการว่าผู้บริโภคจะสวมเสื้อผ้าชิ้นนี้ได้นานแค่ไหน
• สไตล์เป็นอมตะหรือไม่
• เมื่อทีมผู้ผลิตจัดหาวัตถุดิบ วัสดุดิบเหล่านั้นมีความยั่งยืนหรือไม่ และวัสดุเหล่านั้นสามารถถอดประกอบ นำกลับมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายทางชีวภาพได้หรือไม่
• ในโรงงานที่ผลิตกางเกงยีนส์ คนงานได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมและได้รับการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมหรือไม่
• โรงงานผลิตมีส่วนทำให้เกิดมลพิษในท้องถิ่นหรือชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่หรือไม่
• และเมื่อยีนส์เหล่านั้นอยู่ในช่วงสุดท้ายของการใช้ ยังสามารถซ่อมแซมหรือออกแบบใหม่แทนการทิ้งหรือบริจาคได้หรือไม่
ประโยชน์ของแฟชั่นหมุนเวียน
ตามที่มูลนิธิ Ellen MacArthur ระบุไว้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นไม่เพียงแต่จะมีผลกับการปรับเปลี่ยนที่มุ่งลดผลกระทบด้านลบของเศรษฐกิจเชิงเส้นเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบที่สร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว สร้างโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจ และให้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้น สินค้าแบรนด์แฟชั่นหมุนเวียนจึงมีความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
สร้างขยะน้อยลงในหลุมฝังกลบ เมื่อมีการผลิตสินค้าแฟชั่นหมุนเวียน การลดของเสียมีความสำคัญสูงสุดเพื่อให้วัสดุสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรจากธรรมชาติน้อยลง เนื่องจากแฟชั่นหมุนเวียนสนับสนุนการใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วซ้ำ จึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรใหม่
ส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดมลพิษ เช่น การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น ช่วยลดระยะทางการขนส่งวัตถุดิบ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังลม ในกระบวนการผลิตสินค้า
ปัจจุบันหลายๆ แบรนด์มีความพยายามที่จะทำแคมเปญต่างๆ ออกมา ร่วมกับองค์กรการกุศล มีการขายสินค้ามือสองออนไลน์ และการใช้วัสดุรีไซเคิลนำมาผลิตเสื้อผ้าใหม่ เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในวงการอุตสากรรมแฟชั่น จากประโยชน์ที่จับต้องได้ แฟชั่นหมุนเวียนดูจะเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับเทรนด์รักษ์โลก แต่จะได้ผลมากหรือน้อย จะยั่งยืนหรือวูบดับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการปรับความคิด ทัศนคติต่อการจับจ่ายใช้สอยเสื้อผ้าเครื่องประดับของผู้บริโภค ในฐานะผู้บริโภค เราควรย้อนกลับมาทบทวนจุดยืนของตนเอง จุดไหนที่พอดีและพอเพียงสำหรับตัวเรา และยังสามารถตอบสนองความต้องการที่จะลดผลกระทบในการทำลายสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน
ขอบคุณข้อมูลจาก:
https://www.thehonestconsumer.com/blog/circular-fashion-and-sustainability