Share A Book India Association (SABIA) หย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่าน ปูพื้นฐานการเรียนรู้ผ่านการพัฒนาระบบห้องสมุดอย่างมีส่วนร่วม

ที่มาภาพ : facebook.com/shareabookindia
อยากทำให้เด็กๆ เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ต้องทำอย่างไรดี!?
จากโจทย์นี้ แต่ละประเทศล้วนมีแนวทางในการมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันด้วยวิธีการแตกต่างกันไปตามข้อจำกัดที่มี ตามบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่เหมือนกัน บ้างใช้แนวคิดรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าที่ทำให้ไม่ว่าเด็กคนไหนก็เข้าถึงการศึกษาที่ดีมีคุณภาพได้จากโรงเรียนใกล้บ้าน บ้างอาจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเชื่อมต่อโอกาสใหม่ๆ ให้เข้าถึงเด็กที่มีความต้องการในการเรียนรู้แตกต่างกันได้มากขึ้น
แล้วประเทศที่มีประชากรถึง 1.45 พันล้านคน มีภาษาที่ใช้งานกันตามภูมิภาคต่างๆ มากถึง 30 ภาษา หากแบ่งเป็นภาษาย่อยในแต่ละท้องถิ่นก็จะแตกแยกย่อยออกไปราว 2,000 ภาษา ส่วนภาษาราชการก็มีทั้งภาษาฮินดีและภาษาอังกฤษ จะส่งเสริมการเข้าถึงการเรียนรู้ให้เด็กๆ อย่างไร
Share A Book India Association หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า SABIA เป็นองค์กรพัฒนาการอ่านในอินเดีย ซึ่งต้องการให้เด็กๆ เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ทำให้หนังสือเข้าถึงเด็กทุกคน ด้วยความเชื่อว่าความรู้ไม่ใช่สิทธิพิเศษสำหรับคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่งเสริมให้เด็กกว่าร้อยล้านคนในอินเดียที่ทักษะการอ่านยังไม่แข็งแรงเกิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ผ่านการอ่านและกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เด็กที่เติบโตมากับความแตกต่างหลากหลายของเพื่อนร่วมชาติ มีความคิดเชิงวิพากษ์ ด้วยการทำให้เด็กเข้าถึงหนังสือที่ดีและฟรีที่โรงเรียนของพวกเขาเอง จากคอมมูนิตี้ห้องสมุดที่แบ่งปันทรัพยากรซึ่งกันและกัน เพื่อลดปัญหาการหลุดออกจากระบบการศึกษาอันเนื่องมาจากปัจจัยเรื่องความสนใจในการเรียนรู้ที่ลดลงของนักเรียนเอง รวมถึงต่อสู้กับปัญหาความยากจนสำหรับเด็กในครอบครัวที่มีรายได้น้อยไปพร้อมกันด้วย
ไม่ต้องสร้างห้องสมุดใหม่ ไม่ต้องมีการบริจาค ไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม - - แนวทางการทำงานของโครงการพัฒนาห้องสมุด (Library Development Program: LDP) ของ SABIA มุ่งเน้นการทำงานเชิงลึกร่วมกับโรงเรียนในการพัฒนาทักษะการอ่าน และพัฒนาระบบห้องสมุดร่วมกับเด็กและครู ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า โดยมีอาสาสมัครเข้าไปร่วมพัฒนาห้องสมุดในแต่ละโรงเรียนให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ทำให้นักเรียนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น ทำงานร่วมกับคุณครูในโรงเรียน ให้คุณครูเป็นผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยเติมความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การอ่านหนังสือออกเสียง ไปจนถึงแนวทางการใช้การเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน นอกจากนี้ยังมองไปถึงการทำงานเชิงโครงสร้างอย่างการเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ให้แก่องค์กรของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อ SABIA ถอนตัวออกไป หน่วยงานเหล่านี้จะยังให้ความสำคัญและสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กๆ ต่อไป

www.shareabookindia.org
โครงการพัฒนาห้องสมุดในโรงเรียน แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่
1) การจัดตั้งห้องสมุดพื้นฐาน จัดหมวดหมู่หนังสือที่มีอยู่ และหนังสือที่เพิ่มเติมเข้ามา วางแผนการบันทึกยืมคืนหนังสือ วางกฎในการใช้งานห้องสมุดร่วมกัน รวมถึงการอบรมคุณครูในโรงเรียนให้สามารถรับช่วงต่อการทำงานจากอาสาสมัครได้
2) ตั้งกรรมการห้องสมุด สร้างการมีส่วนร่วมให้นักเรียนในโรงเรียนเป็นผู้ร่วมดูแลห้องสมุด ฝึกฝนทักษะการจัดการ และฝึกความรับผิดชอบ
3) ถ่ายทอดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จากอาสาสมัครสู่คุณครู เช่น กิจกรรมอ่านออกเสียง กิจกรรมเล่าเรื่อง และกิจกรรมสนุกๆ ที่ทำให้นักเรียนเปิดใจที่จะเรียนรู้ เป็นเวลา 3 เดือน และสุดท้าย
4) ตั้งต้นห้องสมุดในแบบของตัวเอง คุณครูและนักเรียนช่วยกันนำเสนอให้ทีมอาสาสมัครช่วยประเมินความพร้อม และมอบคำแนะนำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่อาสาสมัครจะย้ายไปโรงเรียนอื่น

www.shareabookindia.org
คุณครูจากรัฐหิมาจัลประเทศที่เข้าร่วมโครงการเล่าว่า ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับหนังสือจากโครงการนี้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน สายตาของเด็กๆ เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าวันนี้พวกเขาจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากหนังสือเหล่านี้บ้าง นี่คือหนึ่งในเสียงสะท้อนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา จากการก่อตั้งในเดือนธันวาคม 2563 ใช้เวลาเพียง 3 ปี SABIA ได้แบ่งปันหนังสือ 21,000 เล่ม ให้แก่เด็กในอินเดียไปแล้วกว่า 30,000 คน จากการสนับสนุนของอาสาสมัคร 900 คน และคุณครู 150 คน โดยแนวทางการทำงานของ SABIA ไม่ได้เป็นการมุ่งเป้าให้เด็กๆ ตะบี้ตะบันอ่านหนังสือเพื่อวัดผลในเชิงการเรียนรู้แต่เพียงอย่างเดียว แต่เน้นไปที่การอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน ตามความสนใจของเด็กแต่ละคนมากกว่า เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการอ่านเป็นพื้นฐาน สร้างความรู้สึกสบายใจที่จะเรียนรู้
ข้อมูลอ้างอิง