Backyard Politics การเมืองหลังบ้าน พื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้นักกิจกรรมได้ดูแลกันและกัน

22 มกราคม 2026
|
4 อ่านข่าวนี้
|
2


นักกิจกรรม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นกลุ่มคนเล็กๆ ที่กระจายตัวอยู่ทุกหนแห่งทั่วโลกใบนี้ ที่กล้าจะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องละแวกบ้านของตัวเอง ยืนหยัดเพื่อต่อต้านความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น แต่เมื่อถึงวันที่ผู้กล้าเหล่านั้นต้องการความช่วยเหลือ ใครล่ะจะเป็นผู้ยื่นมือเข้ามาโอบอุ้ม?

คำถามข้างต้นคือ จุดเริ่มต้นของ Backyard Politics การเมืองหลังบ้าน กลุ่มการดูแลกันและกัน สำหรับนักกิจกรรมผู้หญิงและกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนแนวทาง Collective Care หรือการดูแลเอาใจใส่ร่วมกันไม่ผลักภาระการดูแลสุขภาพกายใจไปให้กับคนหนึ่งคน ร่วมกันรับรู้ ยืนยัน และร่วมดูแลสุขภาพกายใจของเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยความเชื่อว่าสังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน ต้องมีการดูแลผู้ที่ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลง นำเสียงของผู้ที่ถูกผลักให้อยู่ชายขอบออกมาให้ผู้คนได้รับรู้ ให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้รับฟัง โดยขับเคลื่อนงานผ่านองค์ความรู้ด้านความสุขและสุขภาพ (Wellbeing) ของนักกิจกรรมผู้หญิงและ LBTQ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างนักกิจกรรมจากหลากหลายพื้นที่ จากประเด็นการขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน ไปจนถึงสร้างองค์ความรู้ในการดูแลกันและกันจากประสบการณ์ตรง

https://www.facebook.com/feministbackyard

เต๋า-ศรัทธารา หัตถีรัตน์ ผู้ก่อตั้งการเมืองหลังบ้าน ให้สัมภาษณ์ไว้กับ Mirror Thailand ว่า ที่ผ่านมาเธอทำงานขับเคลื่อนประเด็นของเลสเบี้ยนมาตลอด ทำให้พบว่านักกิจกรรมหญิง เลสเบี้ยน หรือผู้ที่ไม่ได้มีเพศกำเนิดชาย ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูแบบผู้ชาย ต้องพบเจอกับปัญหาหลายด้านคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากต้องแบกรับความรู้สึกไว้มากมาย และถูกสอนให้มองข้ามความรู้สึกของตัวเองไปพร้อมกัน มวลอันหนักอึ้งเหล่านี้ทำให้หลายคนหมดแรง หมดไฟภายในเวลาอันรวดเร็ว เธอจึงตั้งใจที่จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนพูดคุย ปรับทุกข์ ระบายความรู้สึก เพื่อนำไปสู่กระบวนการสร้างความเป็นธรรมทางเพศในสังคมต่อไป ด้วยความเชื่อว่า สังคมแบบอำนาจนิยมหรือทุนนิยมที่เราอาศัยอยู่กันทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงได้ ผ่านการเปลี่ยนแปลงข้างในตัวของผู้เป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลง คนทำงานเพื่อสังคมไม่จำเป็นต้องอุทิศกายใจจนมอดไหม้เพื่อให้สังคมก้าวไปข้างหน้า แต่มีสุขภาวะที่ดีไปพร้อมกับการสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นด้วยได้

แนวทางเบื้องต้นในการดูแลกันและกันบนพื้นฐานความเท่าเทียมของการเมืองหลังบ้าน จึงไม่ได้หมายถึงความเท่ากันทุกเรื่อง แต่เป็นการออกแบบการทำงานให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของผู้คน เช่น ร่วมกันกำหนดเวลาทำงานที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน เพราะนักกิจกรรมไม่ได้มีเพียงภารกิจเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ยังมีความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลครอบครัว ทำความสะอาดบ้าน การมองข้ามภารกิจเหล่านี้ ผลักให้เป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล เมื่อผ่านเวลาไปอาจเป็นการเพิ่มความกดดัน จนสุดท้ายทำให้นักกิจกรรมที่ต้องควบบทบาทผู้ดูแล ต้องยอมตัดสินใจออกจากการทำงานเพื่อสังคม การวางแผนการทำงานร่วมกันโดยคำนึงถึงทั้งเป้าหมายและข้อจำกัดของแต่ละคนจึงเป็นแนวทางที่ยั่งยืนและโอบรับผู้คนได้มากกว่าในระยะยาว

https://www.freepik.com/free-photo/grup-therapy-session-holding-hands_12445796.htm

การเมืองหลังบ้านมักจะชี้ให้เห็นคุณค่าของความแตกต่างหลากหลายที่ยิ่งมองเห็นยิ่งโอบอุ้มกันและกันได้ดียิ่งขึ้น อย่างการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างปลอดภัย โดยคำนึงถึงความหลากหลายในการแสดงออก บางคนไม่ถนัดพูด แต่พร้อมที่จะเขียนอธิบาย บางคนไม่ถนัดเขียน แต่พร้อมที่จะสื่อสารผ่านภาพ บางคนใช้เวลาใคร่ครวญไตร่ตรองมากกว่าคนอื่นๆ การออกแบบวิธีการที่หลากหลาย อดทนรอรับฟังซึ่งกันและกัน แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ส่งผลยิ่งใหญ่ที่ทำให้นักกิจกรรมที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อนได้มีโอกาสเสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ และมีความรู้สึกได้รับพลังจากการเป็นที่ยอมรับในวงประชุมด้วยเช่นกัน อีกหนึ่งตัวอย่างที่หลายครั้งหลายหนเกิดขึ้นโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต เช่น การบันทึกประชุม การเตรียมอาหาร การทำความสะอาด การจัดสถานที่ ฯลฯ มักจะถูกมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของบางคนโดยอัตโนมัติ จนทำให้ลดโอกาสแสดงความคิดเห็น เนื่องจากต้องทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน การแบ่งหน้าที่แบบหมุนเวียน ช่วยกันรับผิดชอบงานดูแลเหล่านี้ จะช่วยทำให้ทุกคนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างทั่วถึง รวมถึงทำให้ทุกคนได้เรียนรู้หน้าที่ที่หลากหลาย พร้อมสนับสนุนกันได้เสมอ เมื่อขาดใครคนใดคนหนึ่งไป

https://backyardpolitics.co

เว็บไซต์ของการเมืองหลังบ้านอธิบายไว้อย่างเห็นภาพว่า ‘หลังบ้านคือ พื้นที่ทำอาหาร ซักล้าง ปลูกผัก เลี้ยงลูก คุยเล่นกับเพื่อนบ้าน ฯลฯ สำหรับพวกเราในภูมิภาคนี้ หลังบ้านคือพื้นที่ค้ำจุนการดำรงชีวิตของคนในบ้าน และคนที่มักอยู่ที่หลังบ้านส่วนมากคือผู้หญิง’

หลังบ้านเป็นพื้นที่สำคัญไม่แพ้หน้าบ้าน แต่มักถูกละเลย ปกปิดไว้เสมอ การเมืองหลังบ้านจึงต้องการผลักดันให้เหล่านักกิจกรรมไม่ว่าจะเพศใดก็ตาม มองเห็นความสำคัญของสิ่งที่ยากจะมองเห็นอย่างการดูแลภายในจิตใจ การทำงานกับอคติทางเพศ ให้คุณค่ากับการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถก้าวข้ามความไม่เป็นธรรมทางสังคมต่างๆ ปฏิเสธแนวทางอำนาจนิยมที่ฝังรากลึกในสังคม การเคารพความแตกต่างหลากหลาย ความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม และการสร้างพื้นที่แห่งความปลอดภัยต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ ผ่านการทำงานร่วมกัน ดูแลกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เพื่อให้ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของประเทศไทยดำเนินไปได้โดยไม่ต้องปล่อยให้ใครเป็นผู้เสียสละมากกว่าคนอื่นๆ อย่างที่เคยเป็นมา


ข้อมูลอ้างอิง
https://backyardpolitics.co
https://backyardpolitics.co/2024/08/19/collective-wellbeing-3
https://dindeng.com/be-careful-with-each-other
https://mirrorthailand.com/conversation/conversation/101685
www.facebook.com/feministbackyard

#BackyardPolitics #การเมืองหลังบ้าน #CollectiveCare #นักกิจกรรม #ผู้หญิง #LGBTQ #Wellbeing #สิทธิมนุษยชน #SocialJustice #พื้นที่ปลอดภัย #CommunityCare #สุขภาวะนักกิจกรรม
0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI