Wildtype เปิดความเป็นไปได้ให้ประสบการณ์การดูหนัง และส่งต่อวัฒนธรรมการจัดฉายหนังสั้นไปทั่วไทย

23 มกราคม 2026
|
2 อ่านข่าวนี้
|
1


Wildtype เป็นศัพท์ที่เกี่ยวกับศาสตร์ด้านพันธุกรรม ใช้สำหรับการเรียกไวรัส หรือสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งที่ก่อโรคได้ตั้งแต่กำเนิด เป็นตัวร้ายมาตั้งแต่เกิด ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมในภายหลัง ชื่อนี้สะท้อนถึงความดิบที่เราจะได้สัมผัสจากงานฉายภาพยนตร์สั้นคัดสรรที่ชื่อว่า Wildtype ซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาตั้งแต่ราวปี 2008

วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา ผู้ร่วมจัด Wildtype มาตลอดตั้งแต่ครั้งแรก เมื่อ 17 ปีที่แล้ว เล่าย้อนกลับไปถึงบรรยากาศในยุค 90s เท้าความถึงกิจกรรมฉายหนังของ Filmvirus ซึ่งดำเนินการโดยสนทยา ทรัพย์เย็น นักเขียน นักวิจารณ์หนัง และเป็นผู้จัดฉายหนังหาดูยากจำนวนมากในยุคก่อนอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู ‘ตอนนั้นในกรุงเทพฯ มีการฉายหนังสั้นมาราธอน เป็นโปรแกรมที่จัดฉายหนังทุกเรื่องที่มีคนส่งเข้ามา คนก็จะไปดูกัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ผมได้เจอเพื่อนจำนวนหนึ่งที่ชอบดูหนังเหมือนกัน ได้เจอกับคุณจิตร โพธิ์แก้ว จนถึงเมื่อราวปี พ.ศ. 2551 มีการจัดกิจกรรมครบรอบ 13 ปีของ Filmvirus ขึ้น จึงมาคุยกันว่ามีหนังสั้นไทยจำนวนหนึ่งที่เราดูแล้วเราชอบมาก แต่ว่าด้วยคุณภาพ หรือปริมาณของหนังสั้นจำนวนมากที่คนส่งเข้ามา ทำให้หนังบางเรื่องหล่นหายไป ไม่ถูกพูดถึงอีก เราเลยอยากนำหนังสั้นเหล่านี้มาจัดฉาย เพื่อให้มันมีลมหายใจต่อไป’

โปรแกรมแรกที่เกิดขึ้นจึงมีชื่อว่า Filmvirus Wildtype เป็นการฉายหนังสั้นไทย 2 โปรแกรม ที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้เข้าไปจัดฉายหนังที่ Reading Room ห้องสมุดในย่านสีลม ‘ในช่วงแรกที่เราคัดเลือกหนัง จะมีผม คุณจิตร แล้วมิตรสหายจำนวนหนึ่งช่วยกันดู แล้วเลือกหนังสั้นที่ไม่เข้ารอบในการประกวดเทศกาลหนังสั้นในยุคนั้น เพื่อนำมาจัดฉาย ทำแบบนี้ปีละครั้ง จนกลายเป็นกิจกรรมประจำปีของพวกเรา’ วิวัฒน์เล่าต่อว่า ภาพยนตร์สั้นที่ตรงสเป็กของ Wildtype จะมีแบ่งได้เป็น 4 ประเภท

ประเภทแรก ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญคือ Rough หนังที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ดี มีความดิบ อาจยังไม่เหมาะไปประกวดเทศกาล ไม่อาร์ตพอจะไปอยู่ในแกลเลอรี ไม่ประณีตพอที่จะไปอยู่ในโรงภาพยนตร์ มักเป็นหนังที่ทำโดยนักเรียนมัธยมฯ หรือคนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนทำหนังมาก่อน

ประเภทต่อมาคือ Experiment หนังทดลอง ซึ่งโดดเด่นในแง่วิธีการแบบใดแบบหนึ่ง

นอกเหนือจากนี้คือ Paradox หนังสั้นสารคดีซึ่งมักไม่ได้ถูกเล่าอย่างตรงไปตรงมา แต่มักเล่าแบบไฮบริดระหว่างเรื่องแต่งกับบริบทที่สร้างขึ้นมาจากข้อเท็จจริง

และประเภทสุดท้ายคือ Fiction เรื่องที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของคนทำหนัง

https://www.facebook.com/wildtypeth

เมื่อจัดฉายหนังสั้นมาได้สักระยะทีม Wildtype ก็พบว่า มีหนังจำนวนหนึ่งที่มีความยาวเกิน 30 นาที แต่ไม่ถึง 60 นาที หรือ 90 นาทีตามแบบหนังสั้นที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไปได้ และไม่ถูกนับเป็นหนังสั้นตามมาตรฐาน Wildtype จึงจัดโปรแกรมสำหรับหนังความยาวระดับกลางเหล่านี้ในชื่อ Wildtype Middle Class โดยจัดฉายปีเว้นปี รวมถึงมีอีกโปรแกรมที่โฟกัสการทำงานของผู้กำกับหนังสั้นที่มีประสบการณ์ประมาณหนึ่ง มีผลงานค่อนข้างเป็นที่รู้จัก เรียกว่า Wildtype Masterclass ซึ่งเป็นการฉายหนังของผู้กำกับเพียงคนเดียวเป็นเวลาสองวัน และเชิญผู้กำกับมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ชม

https://www.facebook.com/Aeyspace/posts/pfbid038FWW66diy9exyjxa9XeaPKWdPEkvHFfQf3vmSn4U8M565orTWSLAwBzcNofdqWj3l

Wildtype เป็นเหมือนรายงานประจำปีสำหรับคนดูหนังสั้นมาราธอน การทำงานของเราจึงไม่มีวันเริ่ม ไม่มีวันจบ เราและเพื่อนๆ จะมีชีทหนึ่งอัน ที่เมื่อทุกคนไปดูหนังอะไรกันมาตลอดทั้งปี จะมากรอกใส่ไว้ กระบวนการเลือกหนังของทีมงานคือ หนังแต่ละเรื่องในลิสต์จะต้องมีทีมงานดูอย่างน้อย 1 คน ถ้าคนแรกชอบ คนที่เหลือจะต้องดูเท่าที่ดูได้ จากนั้นจึงมาถกกันว่าจะนำมาฉายหรือไม่ จัดไว้ในโปรแกรมไหน’ วิวัฒน์เล่าว่า Wildtype เป็นกลุ่มที่จัดฉายหนังมายาวนานก็จริง แต่ไม่ได้มีความเป็นทางการ ใครที่มาดูหนังด้วยกันสัก 2-3 ครั้งแล้วถูกชวนไปกินข้าวด้วยกัน ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของ Wildtype ได้แล้ว โดยทีมงานที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ แต่รวมตัวกันอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ ตี้-ชญานิน เตียงพิทยากร ดอง-ศาสวัต บุญศรี โด้-ณัฐวุฒิ นิมิตชัยโกศล และมีทีมงานรุ่นใหม่อย่าง จอยซ์-กัลยรัตน์ ธีรกฤตยากร และอีกหลายคน ซึ่งบางคนเป็นผู้ที่เคยทำหนังส่งมาฉายกับ Wildtype ด้วย

‘ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ใน Wildtype เพราะเราสนใจมันในฐานะภาพเคลื่อนไหว ถ้ามันมีพลังมากพอ เราก็อยากได้มาฉาย’ นอกจากจะเป็นกลุ่มคนที่รักในการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากการดูหนังแล้ว เรายังสังเกตได้ว่ากลุ่มผู้ชม Wildtype ยังมีวัฒนธรรมการเขียนถึงหนังหลังดูจบอีกด้วย วิวัฒน์อธิบายว่า การเขียนถึงหนังเริ่มมาตั้งแต่ยุคแห่งการเขียนบล็อก ตั้งแต่ยังไม่มีโซเชียลมีเดียเช่นทุกวันนี้ ‘เราอยากเขียนถึงมัน เพื่อเป็นการบอกคนทำหนังพวกนี้ว่า มีคนดูมันอยู่นะ และมีคนชอบหนังของคุณอยู่นะ ยุคแรกฉายแบบไม่เก็บเงิน เราขอร้องให้คนช่วยเขียนถึงหนัง ยุคหลังที่เรามาจัดฉายกับ Doc Club มีการขายตั๋วหนัง เพื่อสนับสนุนค่าเช่าพื้นที่ จึงมีโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า Free Seats for Young Cinephiles สำหรับใครก็ตามที่เรียนหนังสืออยู่ลงทะเบียนมาได้ 2 รอบต่อ 1 โปรแกรม รับตั๋วฟรีไปเลย ขอแค่ให้ช่วยเขียนถึงหนังแบบไหนก็ได้’

เมื่อถามถึงความคาดหวังในอนาคตข้างหน้า วิวัฒน์ตอบทันทีว่า เป้าหมายคือ Wildtype ต้องไม่โต เพื่อที่จะได้ยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนอยากทำหนัง และคนดูหนัง ‘เราพบว่ามีคนทำหนังจำนวนหนึ่งที่สบายใจจะส่งหนังมาฉายที่เรา เพราะเรามีความเป็น Underground มากพอ ถ้าเรายังทำต่อไปก็อยากจะทำให้มันเป็นพื้นที่ที่สบายใจกว่าเดิม เราไม่มีไอเดียว่ามันจะกลายเป็นเทศกาลจริงจัง Wildtype มันควรจะยิ่งง่าย ยิ่งดี ส่วนการส่งหนังไปฉายตามกลุ่มฉายหนังในต่างจังหวัด เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดมากขึ้น เพราะมันน่าโมโหที่เราอยู่ต่างจังหวัดแล้วมันไม่มีหนังสั้นพวกนี้ ปัจจุบันมีกลุ่มคนทำพื้นที่ฉายหนังเล็กๆ ในเมืองของตัวเองมากขึ้น เราอยากจะส่งหนังไปให้คนได้ดู'

บรรยากาศการฉาย Wildtype Masterclass 06 : CINEMINE/D ที่ NOIR ROW ART SPACE อุดรธานี https://www.facebook.com/NOIRROW/posts/pfbid09SCoNnXBwCtasYzFUh33dumH14qUefxvKCwpQGMJQmWk8JWorQUMojaum6zM9kBnl

“การที่คนดูในต่างจังหวัดมาบอกว่า อยากดูหนังอย่างนี้มานานแล้ว เกิดมาไม่เคยเจอหนังอะไรแบบนี้มาก่อน ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า เรายังอยากกระจายการฉายหนังแบบนี้ออกไปในจังหวัดต่าง ๆ อีก แม้มันจะไม่ได้เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม ไม่ได้ทำให้คนทำหนังร่ำรวยหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอะไรมากมาย ไม่ได้รู้สึกว่าเราทำอะไรที่มันสำคัญ แต่ในฐานะคนจัดเราได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ว่ามีวิธีการเข้าถึงหนัง และมีหนังอีกหลายแบบ ซึ่งบางคนอาจจะไม่เรียกว่าเป็นหนังก็ได้ คนทำก็ไม่ได้แคร์ว่าจะต้องถูกนับเป็นผู้กำกับหรือเป็นศิลปิน แต่มันมีวิธีการที่เขาจะรื่นรมย์ไปกับการใช้ภาพเคลื่อนไหว เราพบว่ามันมีคนดูของมัน ในพื้นที่ห่างไกลก็มีคนมาดูและสนุกไปกับมัน เราเคยไปฉายหนังแล้วมีคนมา Q&A กัน 2-3 ชั่วโมง ต่างคนต่างพูดกันไปเรื่อย ๆ มันทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นไปได้ ไม่ว่าใครจะเห็นว่ามันสำคัญหรือไม่สำคัญ แต่มันมีความหมายกับเรา เพราะฉะนั้นเราก็จะยังทำต่อไป”


ข้อมูลอ้างอิง

https://www.facebook.com/wildtypeth

https://themomentum.co/filmsick-wiwat-lertwiwatwongsa-interview

https://www.facebook.com/watch/?v=793841959574939

https://groundcontrolth.com/blogs/wiwat-chayanin-infocus


#Wildtype #หนังสั้น #ภาพยนตร์อิสระ #ShortFilm #ExperimentalFilm #UndergroundCinema #วัฒนธรรมการดูหนัง #พื้นที่สร้างสรรค์ #CreativeCommunity #ArtAndCulture

0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI