สะพานคนข้ามพหลโยธิน (อารี เทค เจอร์)
อารี เทค เจอร์
ลองเปิด google แล้วพิมพ์เข้าไปว่า “ภาพถ่ายกรุงเทพฯ ในอดีต คุณจะพบว่ากว่า 80 - 90 % ของผลลัพธ์การค้นหานั้นหนีไม่พ้น เจริญกรุง สำเพ็ง เยาวราช สามเสน หรืออื่นๆ ที่เกาะกลุ่มอยู่โดยรอบกรุงรัตนโกสินทร์ ใช่แล้วครับ ความเก่าแก่ของกรุงเทพฯ จริงๆ แล้วไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด 50 กว่าเขตของเมืองกรุง
เช่นเดียวกัน ฉายา “ย่านผู้ดีเก่า” ของซอยอารีย์ ซึ่งให้อารมณ์ประมาณว่าประวัติศาสตร์ย่านจะต้องเก่าแก่นับร้อยๆ ปี แต่อันที่จริงแล้ว ย้อนกลับไปแค่ 80 ปี ที่ดินสองฝั่งถนนพหลโยธินยังเป็นทุ่งนาและแปลงผักอยู่เลย (ภาพถ่ายทางอากาศ ในปี พ.ศ. 2489 โดย Peter Williams-Hunt เป็นหลักฐานชั้นดี) ว่าแต่แล้วอารีย์กลายมาเป็นย่านที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งธนาคารกสิกร สำนักงานใหญ่ บ้าน โมเดิร์น คอร์ท และคาเฟ่ ในเวลาแค่ 80 ปี ได้ยังไงล่ะ? เรามาหาคำตอบไปด้วยกันในบทความนี้
CHAPTER 1 ยามรุ่งอรุณแห่งอารีย์ พ.ศ. 2480 - 2500 (สถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัย)
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดว่าย่านนี้ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร เราขอแบ่งอารีย์ออกเป็นจิ๊กซอว์ 3 ชิ้นใหญ่ๆ ชิ้นแรกคือตัวซอยอารีย์เองที่ต่อเข้ากับซอยราชครู ชิ้นที่สองคือซอยกาญจนาคมและซอยสายลม ชิ้นที่สามคือซอยเสนาร่วมกับซอยสีฟ้า
ชิ้นที่
1 ซอยอารีย์
รองศาสตร์จารย์ อดิศรา กาติ๊บ (ทายาทของนายห้าง อี แอม กาติ๊บ) เล่าให้ผู้เขียนฟังว่านายห้างฯ มีที่ดินเป็นร้อยๆ ไร่ตรงนี้ และทยอยขายแบ่งขายแปลงละไร่ๆ จนหมด ก่อนท้ายสุดนายห้างฯ จะย้ายไปพำนักที่ย่านราชวัตร ชื่อ ‘กาติ๊บ’ ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังคงเหลือให้เห็นคืออาณาบริเวณของซอยอารีย์ที่มีความเป็นหมู่บ้าน มีถนนตัดขวางตีเป็นตารางขนาบสองข้างทางด้วยบ้านเรือนจากหลากยุคหลายสมัย
ชิ้นที่
2 ซอยกาญจนาคม และซอยสายลม
พหลโยธินซอย 2 หรือ ซอยกาญจนาคมที่เรารู้จักกันในวันนี้ มีมาตอนราวๆ สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อคุณหญิงแหวน ศรีราชอักษร (กาญจนาคม) จัดสรรพื้นที่กว่า 99 ไร่ แบ่งเป็นแปลงย่อยๆ ให้ลูกหลาน พื้นที่จำนวนมหาศาลที่ว่าถูกขายต่อในเวลาต่อมา หนึ่งในนั้นคือบ้านธนชาญวิศิษฐ์ที่เคยอาศัยในซอยกาญจนาคม ก่อนจะย้ายมาเปิดโรงงานยานิวยอร์ค เคมีเกิ้ล (ปัจจุบันคือคาเฟ่ Beaker and Bitter) ในซอยสายลม 1 ในปี พ.ศ. 2510
นิวยอร์ค เคมีเกิ้ล ยังเป็นหมุดหมายที่ชี้ว่าซอยสายลมกับซอยกาญจนาคมนั้นเชื่อมต่อถึงกันตั้งแต่ตอนนั้น ซอยสายลม (พหลโยธิน 8) ก็มีที่มาจาการจัดสรรที่ดินโดยตระกูลไทยวัฒน์ โดยแบ่งออกเป็นที่ดินแปลงละ 1 ไร่ ขายให้กับเหล่าข้าราชการที่เริ่มมีจำนวนมากขึ้นหลังการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หนึ่งในนั้นคือคุณปู่ของผู้เขียนเอง) โดยชื่อซอยสายลม นั้นมีที่มาจากเหตุผลง่ายๆ ว่าลมมันพัดแรงนั่นเอง
ชิ้นที่
3 ซอยเสนาร่วม และซอยสีฟ้า
ซอยเสนาร่วมมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 เมื่อพันโท จวง ภักดีชุมพล หรือที่คนเก่าคนแก่ในย่านรู้จักในชื่อ “คุณหมอจวง” และเพื่อนๆ เสนาธิการทหาร (เป็นที่มาของชื่อซอย “เสนาร่วม” ย่อมาจาก “เสนาร่วมใจ”) รวมเงินกันซื้อที่ดินเพื่อตัดถนนจนทุกวันนี้เป็นทางลัดจากถนนพหลโยธินไปยังถนนพระราม 6
ส่วนซอยสีฟ้าได้ชื่อมาจากรั้วสีฟ้าบ้านของครอบครัวท่านเจ้าคุณสาลีรัฐวิภาค อันเป็นที่ติดปากของคนขึ้นรถเมล์สมัยก่อน ที่ตะโกนบอกกระเป๋าว่า “บ้านรั้วสีฟ้า” ไปๆ มาๆ ก็เลยกลายเป็น “ซอยสีฟ้า” ไปโดยปริยาย
ได้เวลาต่อจิ๊กซอว์
จิ๊กซอว์ทั้ง 3 ชิ้นนี้ ต่อกันด้วยถนนพหลโยธิน (เดิมชื่อถนนประชาธิปัตย์) สองข้างทางถนนพหลโยธินขนาบข้างด้วยคูน้ำใสแจ๋วที่ในทุกๆ ปีหลังจากฤดูน้ำ คนในย่านจะจับกุ้งในคูมาปรุงเป็นอาหารเย็น มีศาลาคอยรถเมล์ โดยมีสถานีตรวจรักษาวัณโรค (โรงพยาบาลประสานมิตร) เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของย่าน
ซอยอารีย์
ซอยกาญจนาคม ซอยสายลม ซอยเสนาร่วม และซอยสีฟ้า
ล้วนแล้วแต่เป็นการจัดสรรที่ดินของครอบครัวเจ้าของที่ดินทั้งสิ้น การตัดถนนเอย
หน้าตาแปลงที่ดินขนาดย่อมๆ แบ่งขายให้กับครอบครัวข้าราชการ ทหาร ฯลฯ
และผู้มีกำลังซื้อ (หรือผู้มีอันจะกิน) ทำให้อารีย์เป็นย่านที่พักอาศัยจนถึงตอนนี้
รูปร่างหน้าตาของสถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถูกปรับปรุง
ขยาย ต่อเติม ต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว บ้างก็ขายต่อให้กับคนรุ่นหลังๆ
ทำให้การเดินเล่นลัดเลาะทะลุซอยในอารีย์เหมือนกับการเดินเล่นในพิพิธภัณฑ์ เพราะแน่ใจได้เลยครับ
ว่าบ้านทุกหลังในอารีย์จะมีเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง เรื่องเล่าของครอบครัว
และวิถีชีวิตของพวกเขาในย่านอารีย์เมื่อยามรุ่งอรุณของย่านอารีย์
CHAPTER 2 อารีย์ 2.0 (พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2525)
สงครามเย็นระหว่างโลกเสรีและคอมมิวนิสต์ส่งผลกระทบไปทั่วโลก
เชื่อไหมล่ะว่าย่านอารีย์ของเราก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันด้วย ทำไมนะเหรอ?
ก็เพราะตรงถนนประดิพัทธ์
และโรงแรมแคปปิตอลริมถนนพหลโยธินที่อยู่ตรงข้ามกับธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ตอนนี้
เคยเป็นฐานบัญชาการของทหาร GI ของอเมริกาไงล่ะ
ความเป็นทุ่งนาและแปลงผักค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยกิจกรรมและสถาปัตยกรรม typology ใหม่ๆ ทางฝั่งสะพานควายที่ใกล้กับ GI กว่า โรงภาพยนตร์ ผับ บาร์ กิจกรรมแสงสีต่างๆ นานา หรืออพาร์ทเมนท์ลักษณะเฉพาะที่ลงท้ายชื่อด้วย “คอร์ท” มีจำนวนมากขึ้น ส่วนทางฝั่งอารีย์ของเราที่เต็มไปด้วยบ้านพักอาศัยนั้น ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือสหกรณ์พระนคร ซูเปอร์มาร์เก็ตของชาวอารีย์ก่อนที่พวกเราจะมี la villa อย่างทุกวันนี้
สหกรณ์พระนคร เปิดทำการในปี พ.ศ. 2519 เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของกรุงเทพฯ (มีบันไดเลื่อนเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงความไฮโซ) ขายเครื่องแก้วและของนำเข้าจากต่างประเทศ อาคารโมเดิร์นดูบึกบึนหลังนี้ คงจะเตะตาผู้คนที่ขับรถบนถนนพหลโยธินทางฝั่งมุ่งหน้าออกจากเมืองไม่ใช่เล่นๆ เขยิบออกมาจากอารีย์หน่อยมี “ป้อมปราการ” อีกหลัง นั่นคือ ธนาคารทหารไทย สาขาสนามเป้า (ปัจจุบันคือ ธนาคาร TTB สาขาสนามเป้า) ธนาคารสาขานี้สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 โดย บริษัท Design103 เรียกได้ว่า เน้นลูกค้าเงินฝากกลุ่มข้าราชการทหารในซอยราชครูเป็นหลัก