อารีย์

ธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน

31 สิงหาคม 2023
|
599 อ่านข่าวนี้
|
0

ธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน

ถ้าจำกันได้ สำนักงานใหญ่ของธนาคารกสิกรไทยเคยย้ายไปทำการที่อาคารย่านราษฎร์บูรณะอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะย้ายกลับมายังสำนักพหลโยธินอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2564 ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกในการเดินทางติดต่อธุรกิจ แต่ในอีกมุมนึงก็บอกเป็นนัยว่าอาคารอายุกว่า 40 ปี หลังนี้มันต้องมีดีอะไรสักอย่าง

ธนาคารกสิกร สำนักพหลโยธินสร้าง เสร็จในปี พ.ศ. 2524 ไม่นานให้หลังจากที่ บัญชา ล่ำซำ กลับจากไปดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและกลับมาพร้อมกับไอเดียว่า สำนักงานใหญ่ของธนาคารกสิกรจะต้องมีรูปแบบเป็นอาคารกล่องกระจกแบบอเมริกันที่กำลังฮิตสุดๆ ในตอนนั้น

 

ทุกวันนี้อาคารกระจก (curtain wall) เห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ แต่ย้อนกลับไป 42 ปี ก่อน การปรากฏขึ้นของธนาคารกสิกรที่ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ทั้งหลังนั้นเป็นที่กล่าวขานไปทั่วทั้งกรุงเทพฯ (ทั้งในด้านดีและไม่ดี) แน่นอนว่าสถาปัตยกรรมดี หรือที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมไอคอนิคแห่งยุคย่อมต้องผ่านช่วงเวลาที่ถูกท้าทายจากสังคม กับธนาคารหลังนี้ คนทั่วไปกังวลว่าแสงสะท้อนจากกระจกจะแยงตาคนที่ขับรถผ่านหน้าอาคารและบ้านเรือนโดยรอบ หรือกระจกจะตกลงมาทับคนข้างล่าง ในแวดวงสถาปัตยกรรม มีการถกเถียงเรื่องความร้อนที่จะเข้าสู่พื้นที่ภายใน และการปริมาณการใช้พลังงานในอาคาร เพระอากาศบ้านเราไม่ได้หนาวเย็นเหมือนกับอเมริกา

วิสัยทัศน์ของธนาคารกสิกรตอนนั้นคือการเป็นองค์กรสมัยใหม่ที่เปิดรับแนวคิดใหม่ การบริหารแบบใหม่ และคนทำงานยุคใหม่ ซึ่งก็ดูจะไปกันได้ดีกับสไตล์ของ รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกไฟแรงแห่งยุคที่เข้ามารับหน้าที่ออกแบบ ก่อนหน้านั้นรังสรรค์ เป็นมือออกแบบสาขาอยู่แล้ว เขาเป็นผู้ออกแบบเสารับน้ำหนักรูปทรงคดโค้งคล้ายรวงข้าว (ล้อไปกับโลโก้ของธนาคาร) ที่สร้างอัตลักษณ์ให้กับสาขาของธนาคารกสิกรมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

อาคารกระจกทรงกล่อง ทางเข้าโอ่โถง ลานกว้างหน้าอาคาร (Plaza) ประดับด้วยประติมากรรมพดด้วง โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ แสดงออกถึงความทันสมัยขององค์กร และทำให้อาคารหลังนี้กลายมาเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของย่านอารีย์อย่างรวดเร็ว (และนำมาสู่การสร้างสะพานคนข้าม พหลโยธิน ในเวลาต่อมา) โดยสิ่งที่พิสูจน์ว่าพวกเขา (ทั้งธนาคารเองและสถาปนิก) มาถูกทางคือความจริงที่ว่าหลังจากที่อาคารสร้างเสร็จสมบูรณ์ หน้าตาอาคารที่ดูทันสมัยด้วยการใช้วัสดุอย่างกระจกก็เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานายทุนทั้งหลายแหล่ จนกระทั่งตึกระฟ้าในกรุงเทพตึกต่อๆ มาพากันใช้ระบบ façade อาคารแบบ curtain wall ตามกันไปแถบๆ เทคโนโลยีวัสดุพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ กระจกฉนวนกันความร้อน (Insulated Glass) เริ่มถูกนำมาใช้และทำให้ความร้อนไม่ใช่ปัญหาสำหรับอาคารแบบนี้อีกต่อไป เรียกได้ว่าธนาคารกสิกร สำนักพหลโยธินนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงหน้าตา skyline ของกรุงเทพฯ ไปสู่ยุคใหม่

ในแง่ impact ที่อาคารหลังนี้มีต่อย่านอารีย์ เรื่องแรกเป็นเรื่องการเกิดขึ้นตามๆ มาของ อาคารสำนักงานอย่าง S.P Building (ปัจจุบัน IBM Building) ในปี พ.ศ. 2531 อาคารพหลโยธิน เพลส ปากซอยสายลม ราวปี พ.ศ. 2533 อาคารบ้างฉาง (ปัจจุบัน อาคารชินวัตร 1) และแล้วอารีย์ก็กลายมาเป็นย่านพนักงานออฟฟิศอย่างในปัจจุบัน แต่ในอีกด้านนึง ลานกว้างหน้าอาคาร (Plaza) ยังแต่งเติมให้วิถีชีวิตของคนในย่านมีสีสันและน่าจดจำขึ้นไม่น้อยทีเดียว


โดยเฉพาะทุกๆ วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ธนาคารกสิกรจะมีโชว์ดนตรีจากชมรมดนตรีสากลประจำธนาคาร และกิจกรรมจุดเทียนชัยถวายพระพรร่วมกันตอนเวลาทุ่มกว่าๆ ริมถนนพหลโยธินจะมีพ่อแม่ คุณป้า คุณน้า พี่เลี้ยง คนงาน จูงลูกจูงหลานเดินกันเป็นสายไปรวมตัวที่ลานหน้าอาคาร เพื่อฟังดนตรี และร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชาร่วมกัน กลายเป็นประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติของคนในย่านนี้ไปโดยปริยาย น่าเสียดายที่ภาพเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นอีกแล้วในปัจจุบัน…

0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI