เรือหัวโทงแดนใต้ ล่องสู่ แม่น้ำแควเมืองกาญจน์

เรือจอลลีฟายด์
ล่องเรือหัวโทง มุมมองใหม่บนสายน้ำแคว
เรือแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ เรือหางยาวขนาดย่อมพร้อมเครื่องยนต์ใบพัด แล่นล่องไปตามสายน้ำแคว ในขณะที่ เรือไม้ลำเล็กขนาดความจุไม่เกิน 10 คน นำนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ค่อยๆ ล่องละเลียดชมธรรมชาติ ไปตามสายน้ำแควอย่างสบายใจ สำหรับเมืองสองแคว กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ การล่องเรือ คนที่เคยมาเที่ยวกาญจนบุรี ธรรมชาติสายน้ำ ริมสองฝั่งแม่น้ำแคว ดึงดูดทุกคนอยากมาเห็นและสัมผัสความร่มรื่น สายน้ำ สลับทิวเขาและนี่คือ "เรือจอยลีฟายด์ แห่งลุ่มแม่น้ำแคว" เรือหัวโทงนำเที่ยว แม่น้ำแควกาญจนุรีที่ให้บริการ ล่องเรือแบบเหมาลำชมแม่น้ำแควกับเส้นทางชมความสวยงามของสะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ่ายไฮไลท์ช่วงรถไฟขับผ่าน และชมสกายวอล์คแบบเต็มตา พร้อมแสงสวยกับวิวพระอาทิตย์ตกดิน
ธุรกิจเรือนำเที่ยว จอยลีฟายด์ เริ่มต้นจากความชอบโดยส่วนตัว ของ คุณ จอย ปัตติทา แสวงทรัพย์ ที่ชื่นชอบการล่องเรือท่องเที่ยวทะเลทางภาคใต้ จนเมื่อช่วงหลังสถานการณ์โควิดผ่านพ้น การท่องเที่ยวโดยเรือได้รับความนิยม เริ่มมีเรือนำเที่ยวลักษณะต่างๆ มาที่กาญจนบุรี เธอจึงที่มองหาโอกาส และการนำเสนอสิ่งใหม่ที่จะสร้างภาพใหม่ให้กับการท่องเที่ยวกาญจบุรีบ้านเกิดของเธอ จนตัดสินใจ นำเรือหัวโทง เรือประมงจากทางภาคใต้ มาใช้ในภาคการท่องเที่ยวทางน้ำของจังหวัดกาญจนบุรีเป็นครั้งแรก
เรือหัวโทง เรือประมง จากภูมิปัญญาดินแดนใต้
เรือหัวโทง เป็นเรือประมงแบบท้องถิ่นในภาคใต้ของประเทศไทย นิยมใช้กันทางภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ลักษณะเป็นเรือขนาดเล็กหัวเรือสูงงอนขึ้นไปบรรจบกับทวนหัวที่ยื่นสูงขึ้นมา และตรงทวนท้ายมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม ขนาดตั้งแต่ 7-8 เมตรขึ้นไปจนถึง 10 กว่าเมตร ติดเครื่องท้าย
เรือหัวโทง เป็นเรือไม้ขนาดเล็กที่ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ มีลักษณะพิเศษ ด้านหัวของเรือจะเชิดสูงและงอนขึ้นมากกว่าเรือชนิดอื่น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง ลักษณะดังกล่าวนี้ สามารถช่วยให้เรือฝ่าคลื่นลมแรงของทะเลฝั่งอันดามัน เพราะ หัวโทงที่โค้งสูงจะมีประโยชน์ช่วยให้เรือทรงตัวได้ดีแม้ ในยามที่ทะเลมีคลื่นแรง แม้บางครั้งหัวเรือจะผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในน้ำ แต่หัวโทงจะไม่จมหายไป ชาวประมงจึงใช้หัวโทงเป็น เสมือน “เข็มทิศ” หรือ “ธงนํา” ในการล่องเรือ อีกทั้งยังป้องกันน้ำทะลักเข้าเรือได้ ระหว่างการโต้คลื่นทะเล จึงนิยมใช้ในทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง สตูล
การต่อเรือหัวโทง แรกเริ่มเกิดขึ้นที่ จังหวัดกระบี่ โดยใช้เป็นเรือประมงพื้นบ้าน นอกจากจะใช้ออกหาปลา ก็ยังใช้สัญจรเดินทาง เป็นภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมา สำหรับอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งของการเรียกชื่อเรือ อาจเป็นไปได้ว่า หัวเรือที่สูงยาว มี ลักษณะคล้ายปลาที่มีปากยื่นยาวเป็นพิเศษคือ ปลากระโทงร่ม (Sail Fish) ปลาทะเลในตระกูลเดียวกับมาร์ลิน (Marlin) หรือ ปลากระโทงแทง ที่ชาวตะวันตกรู้จักดี เพราะปลากระโทง ทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะเด่นตรงปากแหลมยาวเป็นฟุต และยังมีครีบหลังกว้างกางออกมาเป็นใบ ทําให้มันว่ายน้ำได้เร็วทั้งยังสามารถพุ่งตัวขึ้นทะยานอยู่กลางอากาศเหนือพื้นน้ำได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว จึงเป็นปลาที่ชาวประมงและนักตกปลาอยากพบอยากเผชิญหน้ายามที่พวกเขาออกทะเล ครั้นเมื่อ ชาวบ้านสร้างเรือที่มีหัวยาวสําหรับฝ่าคลื่นทะเลได้ดี จึงเรียกชื่อ เรือตามชื่อปลาว่า “เรือหัวโทง” นั่นเอง
นับเป็นภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของชาวเรือแห่งท้องทะเลอันดามัน ในการประดิษฐ์คิดสร้างพาหนะที่ เหมาะกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล และสภาพอากาศที่มีพายุฝนลมแรงหลายเดือนในแต่ละปี ปัจจุบัน มีการนำเรือหัวโทงมาปรับใช้ในด้านการท่องเที่ยว ล่องไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในภาคใต้

เรือหัวโทง ล่องสู่ แม่น้ำแควเมืองกาญจน์
เมื่อเรือจากถิ่นน้ำเค็มต้องมาอยู่ในน้ำจืด การปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับสภาพพื้นถิ่น เป็นความท้าทายแรกของเรือโทงลำนี้ สภาพน้ำแม่น้ำแคว ไม่มีคลื่นสูงเหมือนน้ำทะเลลึก เพื่อให้เรือล่องได้ง่ายจึง มีการปรับใบพัดเรือ ให้สั้นลงเหมาะกับสภาพแม่น้ำ ปัญหาที่ยังเจอคือ น้ำยังเข้าเรือ จึงมีการแก้ไขทดสอบเรือ จนไม่เกิดปัญหา จากนั้นก็ตกแต่งเรือลให้งตัวสำหรับการนำเที่ยว ก่อนนำจดทะเบียนเป็นเรือนำเที่ยว สำรวจเส้นทางการเดินเรือที่จะเป็นเส้นทางในการให้บริการท่องเที่ยว และเริ่มให้บริการในช่วงปลายปี 2566
“ด้วยความที่เรือหัวโทงเป็นเรือประมงของทางใต้ ตอนทำเรือ มีการปรับแก้อยู่เยอะมาก เราสั่งทำเรือขึ้นใหม่ โดยให้ช่างจากทางภาคใต้เป็นคนทำเรือให้ ทำไปพบปัญหาไป เปลี่ยนช่างอยู่หลายชุด ใช้เวลทำเรืออยู่เกือบปี จนในที่สุดเรือเสร็จก็ได้ นำมาที่กาญจนบุรี นอกจากการทดสอบ ปรับปรุงการ เราก็ มีการปรับหน้าตาเรือให้เป็นในแบบที่ทำไป ดูไป จนกว่าจะลงตัว เริ่มจากการปรับโฉมเรือหัวโทง ให้เป็นในแบบที่เรา ให้นั่งได้สบาย อยากได้เรือที่ดูทันสมัยและยังคงเป็นลักษณะเรือไม้ของเรือโทง มู้ดแอนด์โทนสดใสอบอุ่นควบคู่กับเอกลักษณ์เรือสีไม้จนออกมาเป็น เรือจอยลิฟาย เรือหัวโทง กาญจนบุรี”
เรือจอยลิฟาย เรือแห่งความสุขสนุก สำหรับลูกค้า นักท่องเที่ยว
ที่มาของ ชื่อและ คอนเซปต์ของ เรือ มาจากคำว่า Jollify มีความหมายว่า รื่นเริง การเฉลิมฉลอง เป็นความหมายเพื่อสื่อการเฉลิมฉลองให้กับความสุขท่ามกลางธรรมชาติ สายน้ำ ของเมืองกาญจนบุรี สำหรับคนที่มาเยือน การให้บริการของ เรือจอยลีฟายด์ ให้บริการล่องเรือในเส้นทางจุดแลนด์มาร์กสำคัญ อย่างสะพานแม่น้ำแคว และสกายวอล์ค และจุดชมประอาทิตย์ตกบริเวณแม่น้ำสองสีเวิ้งน้ำ จุดบรรจบกันระหว่างแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ ระยะ กว่า 7 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องไปกลับตามเส้นทางราว 1 ชั่วโมง 30 นาที บนเรือมีอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยครบ คนขับเรือ รวมทั้งยังมีบริการเซ็ทอาหารสำหรับปิกนิคบนเรือ ประเภท แซนด์วิช ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม หรือสมารถปรับได้ตามความต้องการของลูกค้า
จุดเด่นของเรือ นอกจากรูปลักษณ์ของเรือหัวโทงที่สะดุดตา แม้จะเป็นเรือขนาดเล็ก มีข้อจำกัดคือ ปริมาณลูกค้าที่รับได้อย่างจำกัด แต่ข้อได้เปรียบสำหรับเรือเล็ก คือ มีความคล่องตัว ในการหยุดจอดเรือสำหรับถ่ายรูป การล่องเรือที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แบบเป็นส่วนตัว ทำให้กลุ่มเป้าหมายชัดเจน คือสำหรับกลุ่มครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อนขนาดเล็ก หรือแม้แต่สำหรับกลุ่มที่พาสัตว์เลี้ยงเที่ยว ทางเรือก็ให้บริการ ในด้านการตลาด ปทิตตา เล่าถึงการทำตลาดอของ ว่าการตลาดของเราในขณะนี้ คือ ทำการตลาดใน 2 ทางคือ การประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Facebook page และโบร์ชัวร์แผ่นผับ กับการจัดเป็นแพ็คเกจร่วมกับพาร์ทเนอร์ในส่วนของการทำตลาดให้บริการล่องเรือ ร่วมกับ โรงแรม The Zeit River Kwai ซึ่งมีท่าเรือ และเป็นท่าจอดเรือของจอยลีฟายด์ โดยโรงแรมจะทำแพ็คเกจห้องพักคู่กับการล่องเรือ รวมทั้งในส่วนอาหารเครื่องดื่ม ที่ตั้งใจใส่ใจในด้านรสชาติ ที่ต้องอร่อยคุ้มค่า กับการจ่ายของลูกค้า การรับลูกค้าก็จะมีอยู่ 2 ทางทั้งจากทางโรงแรมและทางเรือจอยลิฟายด์โดยตรง จากที่เปิดมาครบ 1 ปี กลุ่มลูกค้า ของเรือจะเป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนขนาดเล็ก และคู่รัก เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ประมาณ 80% ต่างชาติ 20% “อุปสรรคหาที่ผ่าน ยังไม่มีอะไรที่เป็นปัญหานัก จะมีแค่ครั้งนึงที่เรือดับขณะพาลูกค้าออกไปล่อง แต่ก็แก้ปัญหาได้โดยไม่มีอะไรเสียหาย จึงเป็นจุดที่ทำให้ระมัดระวังมากกว่าเดิม และด้วยตนเองเป็นคนค่อนข้างระวัง พยาพยามคิดอย่างรอบด้าน คิดก่อนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะถ้ามีอะไรเสียหายไป การเรียกชื่อความมั่นใจก็จะยาก ทำให้การทำธุรกิจเรือนำเที่ยวจึงค่อยเป็นค่อยไปเคยมีคนถามว่า ทำไมทำอีกหลายๆ ลำ เราก็มีธงชัดเจนว่า ขอทำไปตามที่กำลังเรามีตอนนี้ การจองเรือเข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นเสาร์อาทิตย์ เรือยังเพียงพอในการให้บริการ เพื่อที่จะได้ให้บริการได้อย่างเต็มที่ ทีมสตาฟของเราก็เป็นที่คนเมืองกาญ คนขับเรือก็เป็นคนกาญ เราอยากให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีแค่ 1 ลำ เป็นซิกเนอเจอร์ ให้คนที่มาใช้บริการประทับใจและบอกต่อ ได้ฉายภาพของเรือ ออกไปให้คนเห็นเยอะๆ ว่าเมืองกาญก็มีเรือนำเที่ยวที่สวย น่ามาลองนั่งสักครั้ง”
เรือน้องใหม่แล่นไปในสายน้ำเมืองกาญจน์
ปทิตตาบอกถึงความมุ่งหวังต่อไป สำหรับ เรือจอยลีฟายด์ว่า อยากให้เรือ เข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรมของผู้คนที่มาท่องเที่ยวหรือ ทำกิจกรรมที่เมืองกาญ นอกเหนือจากท่องเที่ยว ก็สามารถจัดเป็นกิจกรรมพิเศษสำหรับบ่าวสาวคู่แต่งงาน ด้วยได้ ในฐานะผู้ปรกอบการคนรุ่นใหม่ ปทิตตา ภูมิใจที่ตนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยวเมืองกาญจนบุรี เป็นความตั้งใจที่ทำด้วยความชอบ แม้เรือจะยังไม่เป็นที่รู้จักหรือ มียอดจองมาทุกวัน ก็ไม่ได้รู้สึกท้อ เพราะขอให้เรือยังสามารถดูแลค่าใช้จ่ายของทีมงาน และการดูแลเรือ เราก็ยังไปต่อได้ และอยากตั้งใจให้เรือเป็นภาพความทรงจำดีที่สนุก เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ภาพใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวหรือแม้แต่คนเมืองกาญเองให้สัมผัสถึงประสบการณ์ อีกมุมของการล่องเรือที่สวยในมุมใหม่ได้อย่างสนุกและมีความสุข
-----------------------------------------
อ้างอิง สัมภาษณ์ : ปทิตตา แสวงทรัพย์ เจ้าธุรกิจ เรือJoylify
เรือหัวโทง ภูมิปัญญาแดนใต้
https://tatcontactcenter.com/เกร็ดความรู้ท่องเที่ยว/เรือหัวโทง/
เมื่อเรือหัวโทง ทะยานฟ้าอันดามัน
https://anurakmag.com/featured-posts/09/04/2023/when-the-ship-heads-soaring-the-andaman-sky/