ถ้ำละว้า ดินแดนมหัศจรรย์ จากธรรมชาติ

ถ้ำละว้า
ถ้ำเมืองกาญแห่งแรก ยุคก่อนประวัติศาสตร์
นอกจากความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่มีเทือกเขาหินปูนเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ ได้สร้างสรรค์ ถ้ำอันน่าพิศวงมากมาย ถ้ำละว้าแห่งนี้ที่เกิดจากปฏิกิริยาของน้ำฝนซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นส่วนประกอบเมื่อตกกระทบถึงผืนดินก็จะกลายเป็นกรดคาร์บอนิกโดยน้ำที่ซึมลงไปสู่ใต้ผิวดินนั้นได้กัดเซาะ หินปูนจนกลายเป็นโพรงเชื่อมต่อกัน จนเมื่อน้ำใต้ดินลดระดับลง จึงก่อเกิดถ้ำแห่งนี้ขึ้น ซึ่งหากมองจากภายนอกปากถ้ำละว้าค่อนข้างจะเล็ก แต่ภายในกับใหญ่กว้าง ถ้ำละว้ามีความยาวประมาณ 500 เมตร หนึ่งในจุดเด่นของถ้ำละว้าคือ "หินย้อย" ภายในถ้ำ มีหินรูปทรง สวยงามแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นหินที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ หรือหินที่มีการเรียงตัวที่ดูเหมือนภาพวาดจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการสะท้อนแสงจากไฟฉายที่ใช้ในการสำรวจถ้ำ ทำให้หินย้อยและผนังถ้ำดูงดงามยิ่งขึ้นโดยแต่ละห้องจะเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไป
พื้นที่ภายในถ้ำมีการจัดแสงไฟเพื่อเพิ่มความสวยงาม ทางเดินส่องสว่าง เข้าออกทางเดิม เป็นไปตามเส้นทางจากหน้าถ้ำไปจนถึงท้ายถ้ำ ระยะทาง 200 เมตร ช่วยให้เราสามารถมองเห็นรายละเอียดของหินงอกหินย้อยได้ชัดเจนมากขึ้น บางห้องของถ้ำมีหินที่รูปร่างคล้ายสิ่งของหรือสัตว์ เช่น หินที่คล้ายม่านน้ำตก หินที่คล้ายช้าง และหินที่คล้ายปราสาท ทำให้การสำรวจถ้ำละว้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเพลิดเพลิน ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ก็สามารถชมความสวยงามของถ้ำได้ครบทำให้การชมหินงอกหินย้อยกลายเป็นเรื่องง่ายดาย พร้อมกับมีป้ายบอกทางและจุดต่าง ๆ ภายในถ้ำไว้อย่างชัดเจน

จากถ้ำเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์สู่สถานที่ท่องเที่ยว
- ห้องหนุมาน ลักษณะภายในจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมากๆ ที่มาของชื่อห้องอนุมาน ก็คือ มีหินงอกขึ้นมาที่ลักษณะคล้ายกับลิงนั่งชูมือขวาอยู่ ซึ่งเกิดมาจากจินตนาการของหลายท่านที่ได้มีการเข้าไปพบเห็น จึงกลายมาเป็นที่มาของห้องที่ชื่อว่าห้องหนุมาน
- ห้องจระเข้ ลักษณะภายในห้องจะมีโถงขนาดใหญ่ และมีห้องเล็ก ๆ แยกหลายห้อง แต่ละห้องจะมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย และมีทำนบหินปูน ที่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากฤดูฝนก็จะมีน้ำขังอยู่เต็ม และช่วงเดือนกันยายน จนถึงเดือนตุลาคมก็จะมีน้ำที่ล้นออกจากทำนบหินปูน เสมือนกับน้ำไหลลงไปสู่ที่ลาดต่ำของ ถ้ำละว้า จนเกิดเป็นความสวยงาม จึงเรียกว่าห้องจระเข้ เพราะมีลักษณะหินย้อยคล้ายรูปจระเข้ที่ขนาดใหญ่ และมีความชัดเจน
- ห้องดนตรี ลักษณะจะมีหินย้อยเป็นแผ่นบางๆจำนวนมาก ลักษณะแต่ละแผ่นจะมีคุณสมบัติพิเศษ เมื่อใช้ปลายนิ้วเคาะ จะมีจังหวะเหมือนเสียงกลอง โดยแต่ละเสียงก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ลักษณะความหนาบางของหิน จึงเรียกว่าห้องดนตรี เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายคนทดลองเคาะแผ่นหินจนเกิดความเสียหาย ปัจจุบันทางอุทยานห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเคาะแผ่นหิน
- ห้องค้างคาว เป็นห้องที่ต้องลอดจากช่องห้องดนตรีที่มีขนาดเล็กเข้าไป ภายในจะมีลักษณะกว้าง เมื่อเข้าไปแล้วจะได้ไปพบกับโครงถ้ำดั้งเดิม ลักษณะจะเป็นหินแกรนิต และมีหินงอกหินย้อยบรรจบ คล้ายกับเสาหินค้ำยันเพดาน บริเวณพื้นถ้ำบางจุดจะเป็นหลุม และบางจุดเป็นพื้นราบ บนเพดานของถ้ำจะมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าห้องค้างคาว
- ห้องม่านบรรทม ห้องสุดท้ายของ ถ้ำละว้า ลักษณะมีความสวยงาม มีขนาดใหญ่ และกว้างขวางกว่าห้องอื่นๆ มีให้เห็นทั้งหินงอก หินย้อย ม่านหินย้อย เสาหิน หินถล่ม และหินที่มีประกายเพชรจากแร่ซิลิกา แร่ซิลิกาเกิดจากภูเขาไฟใต้น้ำทำให้ชั้นหินปูนมีแร่ซิลิกาปะปน
อ้างอิง : ถ้ำละว้า เขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค
https://kanchanaburi.center/ถ้ำละว้า/
ถ้ำละว้า
https://thai.tourismthailand.org/Attraction/ถ้ำละว้า
'ถ้ำละว้า' ครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม
https://www.posttoday.com/lifestyle/562763