กาญจนบุรี

ถ้ำละว้า ดินแดนมหัศจรรย์ จากธรรมชาติ

13 มีนาคม 2025
|
264 อ่านข่าวนี้
|
0








ถ้ำละว้า

 ถ้ำเมืองกาญแห่งแรก ยุคก่อนประวัติศาสตร์

                ขั้นบันไดกว่า 114 ขั้น นำทางเรามายังสถานที่ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเรื่องราวและชีวิตของผู้คน ผ่านหลักฐาน ร่องรอยการเคยมีอยู่ อย่าง โครงกระดูก เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะดินเผา อันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่ยาวนานกว่า 3,000 ปี ที่แห่งนี้คือ ถ้ำละว้า ที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องราว รากประวัติศาสตร์ ของมนุษย์ยุคโบราณแหล่งอาศัยของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงการดำรงชีวิตในอดีต ก่อนที่จะมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่น่าทึ่งและเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยและการสำรวจธรรมชาติเป็นถ้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงความงดงามที่ไม่ธรรมดา
                ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของการค้นพบ เมื่อปี พ.ศ  2496  การค้นพบพร้อมกับโครงกระดูกของมนุษย์โบราณในถ้ำละว้า ทำให้เกิดการการตื่นตัวและเปลี่ยนแปลงในการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีในประเทศไทย กรมศิลปากรได้เข้ามาสำรวจภายในถ้ำ ทำให้พบโครงกระดูก เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะดินเผาสมัยก่อน โดยได้พบร่องรอยการประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อของชาวละว้า เป็นร่องรอยหลักฐานสำคัญในกจุดเริ่มต้นการค้นคว้าทางประวิติศาสตร์และโบราณคดีของประเทศไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


ถ้ำละว้า ดินแดนมหัศจรรย์ จากธรรมชาติ        
                         
             นอกจากความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่มีเทือกเขาหินปูนเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ ได้สร้างสรรค์ ถ้ำอันน่าพิศวงมากมาย ถ้ำละว้าแห่งนี้ที่เกิดจากปฏิกิริยาของน้ำฝนซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นส่วนประกอบเมื่อตกกระทบถึงผืนดินก็จะกลายเป็นกรดคาร์บอนิกโดยน้ำที่ซึมลงไปสู่ใต้ผิวดินนั้นได้กัดเซาะ หินปูนจนกลายเป็นโพรงเชื่อมต่อกัน จนเมื่อน้ำใต้ดินลดระดับลง จึงก่อเกิดถ้ำแห่งนี้ขึ้น ซึ่งหากมองจากภายนอกปากถ้ำละว้าค่อนข้างจะเล็ก แต่ภายในกับใหญ่กว้าง ถ้ำละว้ามีความยาวประมาณ 500 เมตร หนึ่งในจุดเด่นของถ้ำละว้าคือ "หินย้อย" ภายในถ้ำ มีหินรูปทรง สวยงามแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นหินที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ หรือหินที่มีการเรียงตัวที่ดูเหมือนภาพวาดจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการสะท้อนแสงจากไฟฉายที่ใช้ในการสำรวจถ้ำ ทำให้หินย้อยและผนังถ้ำดูงดงามยิ่งขึ้นโดยแต่ละห้องจะเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไป            

                พื้นที่ภายในถ้ำมีการจัดแสงไฟเพื่อเพิ่มความสวยงาม ทางเดินส่องสว่าง  เข้าออกทางเดิม เป็นไปตามเส้นทางจากหน้าถ้ำไปจนถึงท้ายถ้ำ  ระยะทาง 200 เมตร ช่วยให้เราสามารถมองเห็นรายละเอียดของหินงอกหินย้อยได้ชัดเจนมากขึ้น บางห้องของถ้ำมีหินที่รูปร่างคล้ายสิ่งของหรือสัตว์ เช่น หินที่คล้ายม่านน้ำตก หินที่คล้ายช้าง และหินที่คล้ายปราสาท ทำให้การสำรวจถ้ำละว้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเพลิดเพลิน ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ก็สามารถชมความสวยงามของถ้ำได้ครบทำให้การชมหินงอกหินย้อยกลายเป็นเรื่องง่ายดาย พร้อมกับมีป้ายบอกทางและจุดต่าง ๆ ภายในถ้ำไว้อย่างชัดเจน



จากถ้ำเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์สู่สถานที่ท่องเที่ยว

เมื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งศึกษาที่สำคัญทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์แล้ว วันนี้ถ้ำละว้าได้รับการพัฒนา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในหลาย ๆ ด้าน จวบจนปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 20 ปีที่ถ้ำแห่งนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติไทรโยคแล้ว ทางอุทยานได้มีการปรับปรุงและบูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ทำบันไดซีเมนต์ทางขึ้นถ้ำจำนวน 114 ขั้น ได้มีการเดินกระแสไฟฟ้าเข้าไปภายในถ้ำตลอดแนว พร้อมทั้งกำหนดเส้นทางเดินเท้า และปิดกั้นในบางจุด ห้ามปีนป่ายเข้าไปเหยียบย่ำ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และมีการแบ่งถ้ำเป็นห้องต่างๆ ทั้งหมด 5 ห้อง  เพื่อให้สะดวกต่อการเที่ยวชม ประกอบด้วย
  • ห้องหนุมาน ลักษณะภายในจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมากๆ ที่มาของชื่อห้องอนุมาน ก็คือ มีหินงอกขึ้นมาที่ลักษณะคล้ายกับลิงนั่งชูมือขวาอยู่ ซึ่งเกิดมาจากจินตนาการของหลายท่านที่ได้มีการเข้าไปพบเห็น จึงกลายมาเป็นที่มาของห้องที่ชื่อว่าห้องหนุมาน
  • ห้องจระเข้  ลักษณะภายในห้องจะมีโถงขนาดใหญ่ และมีห้องเล็ก ๆ แยกหลายห้อง แต่ละห้องจะมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย และมีทำนบหินปูน ที่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากฤดูฝนก็จะมีน้ำขังอยู่เต็ม และช่วงเดือนกันยายน จนถึงเดือนตุลาคมก็จะมีน้ำที่ล้นออกจากทำนบหินปูน เสมือนกับน้ำไหลลงไปสู่ที่ลาดต่ำของ ถ้ำละว้า จนเกิดเป็นความสวยงาม จึงเรียกว่าห้องจระเข้ เพราะมีลักษณะหินย้อยคล้ายรูปจระเข้ที่ขนาดใหญ่ และมีความชัดเจน
  • ห้องดนตรี ลักษณะจะมีหินย้อยเป็นแผ่นบางๆจำนวนมาก ลักษณะแต่ละแผ่นจะมีคุณสมบัติพิเศษ เมื่อใช้ปลายนิ้วเคาะ จะมีจังหวะเหมือนเสียงกลอง โดยแต่ละเสียงก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ลักษณะความหนาบางของหิน จึงเรียกว่าห้องดนตรี เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายคนทดลองเคาะแผ่นหินจนเกิดความเสียหาย ปัจจุบันทางอุทยานห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเคาะแผ่นหิน
  • ห้องค้างคาว  เป็นห้องที่ต้องลอดจากช่องห้องดนตรีที่มีขนาดเล็กเข้าไป ภายในจะมีลักษณะกว้าง เมื่อเข้าไปแล้วจะได้ไปพบกับโครงถ้ำดั้งเดิม ลักษณะจะเป็นหินแกรนิต และมีหินงอกหินย้อยบรรจบ คล้ายกับเสาหินค้ำยันเพดาน บริเวณพื้นถ้ำบางจุดจะเป็นหลุม และบางจุดเป็นพื้นราบ บนเพดานของถ้ำจะมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าห้องค้างคาว
  • ห้องม่านบรรทม ห้องสุดท้ายของ ถ้ำละว้า ลักษณะมีความสวยงาม มีขนาดใหญ่ และกว้างขวางกว่าห้องอื่นๆ มีให้เห็นทั้งหินงอก หินย้อย ม่านหินย้อย เสาหิน หินถล่ม และหินที่มีประกายเพชรจากแร่ซิลิกา แร่ซิลิกาเกิดจากภูเขาไฟใต้น้ำทำให้ชั้นหินปูนมีแร่ซิลิกาปะปน
การชมถ้ำละว้าเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 โดยจะมีไกด์เจ้าหน้าที่ไว้บริการ และมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชม ที่นี่เป็นจุดหมายที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่มหัศจรรย์และเสน่ห์ การเยี่ยมชมถ้ำละว้าจึงไม่เพียงแค่การชมความงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสัมผัสกับเรื่องราว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่สำคัญ ถ้าใครกำลังมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างและเต็มไปด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น
การเยี่ยมชมถ้ำละว้าในกาญจนบุรีจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดกาญจนบุรี






--------------------------------------------------------------

อ้างอิง : ถ้ำละว้า เขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค

https://kanchanaburi.center/ถ้ำละว้า/

ถ้ำละว้า

https://thai.tourismthailand.org/Attraction/ถ้ำละว้า

 'ถ้ำละว้า' ครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม

https://www.posttoday.com/lifestyle/562763

















0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI