'ห้วยขวาง' ย่านคนจีนแห่งใหม่ โอกาสทองครั้งนี้เป็นของใครบ้าง

จากเยาวราชถึง 'มณฑลห้วยขวาง': ย่านการค้าจีนยุคใหม่ในกรุงเทพฯ
'มณฑลห้วยขวาง' เป็นชื่อเรียกที่คนไทยเรียกเล่น ๆ แกมประชดประชัน เมื่อกล่าวถึงถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ในเขตห้วยขวาง ซึ่งเต็มไปด้วยธุรกิจที่ดำเนินการโดยคนจีน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นำเข้ามาจากประเทศจีน โดยคนจีน เพื่อคนจีน ใช้ภาษาจีนในการสื่อสารเป็นหลัก มีทั้งป้ายอักษรจีน เพลงภาษาจีน ภาพตัวการ์ตูนแบบที่ชาวจีนนิยมติดเรียงรายริมถนนเพื่อสื่อสารเรียกลูกค้า ที่พักอาศัยเต็มไปด้วยผู้เช่าชาวจีน มีแหล่งบันเทิง ร้านขายของชำ ร้านอาหารที่เปิดบริการต้อนรับชาวจีนจากประเทศจีน มีโรงเรียนสอนภาษาจีน มีตัวแทนซื้อขายเช่าอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวจีนโดยเฉพาะ มีจุดแลกเงินสำหรับชาวจีนโดยเฉพาะ ร้านอาหาร ร้านทำสีรถยนต์ ร้านตกแต่งรถยนต์ ร้านสะดวกซื้อของคนจีนที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวจีน คนไทยที่แต่งงานกับชาวจีน และนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาเลือกซื้อสินค้าจากประเทศบ้านเกิดตัวเองไว้กินและใช้ในระหว่างอยู่ประเทศไทย

เหตุผลที่คนจีนเลือก 'ห้วยขวาง' แทนการไปแย่งพื้นที่กับคนจีนเก่า
เหตุผลที่ชาวจีนเลือกมาอยู่อาศัยและทำธุรกิจในย่านห้วยขวางนั้น ประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตห้วยขวาง แสดงความคิดเห็นว่า เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย และความสบายใจ 'ย่านนี้อยู่ไม่ไกลจากสถานทูตจีน ห้วยขวางเป็นทำเลที่อยู่อาศัย เขาอาจจะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เหตุผลที่เขาไม่ไปทำธุรกิจที่เยาวราช เพราะการไปแข่งขันกับคนเก่ามันค่อนข้างยาก เปิดตลาดใหม่ง่ายกว่า บางคนเคยเป็นนักท่องเที่ยวแต่ก็มามองหาโอกาสทางธุรกิจด้วย มาเที่ยวสัก 2-3 ครั้ง ดูแล้วมีโอกาสทางธุรกิจ ก็ตัดสินใจมาลงทุน'
จาก 'เหล่าตึ๊ง' ถึง 'ซินอี๋หมิน': คลื่นลูกใหม่ของคนจีนในไทย
สุภางค์ จันทวานิช อธิบายผ่านทางบทความในเว็บไซต์ 101.World ไว้ว่า ชาวจีนในไทยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ
- เหล่าตึ๊ง หมายถึง คนจีนที่กลายเป็นไทยในระบบศักดินา
- ซิงตึ๊ง หมายถึง จีนใหม่ที่อพยกหนีสงครามกลางเมืองเข้ามาในประเทศไทย
- อี๋หมิน หมายถึง คนจีนยุคเปิดประเทศ
- ซินอี๋หมิน หมายถึง คนจีนกลุ่มล่าสุดที่เข้ามามองหาโอกาสทางธุรกิจ มาพร้อมทุนและเทคโนโลยีพร้อมสรรพ ไม่ได้มีเพียงเสื่อผืนหมอนใบเหมือนรุ่นปู่ย่าตาทวดอีกต่อไป
ภาพยนตร์จีนฟีเวอร์ จุดกระแสการท่องเที่ยวไทยสู่การตั้งรกราก
จากเดิมที่ชาวจีนเข้ามาเป็นแรงงานข้ามชาติในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น สู่ชาวจีนรุ่นใหม่ที่นำเงินทุนจำนวนมากมาลงทุนในกรุงเทพฯ หนึ่งปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจในการดึงดูดชาวจีนให้หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คือ ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand (2012) ชื่อภาษาไทยว่า แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ ในเรื่องมีฉากที่สะท้อนวัฒนธรรมพื้นเมือง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน ความครบเครื่องทั้งเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้สูงถึง 1,600 ล้านบาท จากการเปิดตัวฉายเพียง 4 วันแรกในประเทศจีน และทำรายได้รวมได้มากถึง 6 พันล้านบาท สร้างแรงบันดาลใจให้ชาวจีนสนใจเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในระดับปรากฏการณ์ กรมการท่องเที่ยว ให้ข้อมูลว่าในปี 2556 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดิม 58,001.85 ล้านบาท ในปี 2554 เป็น 188,912.67 ล้านบาท แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ภายใน 3 ปี
นโยบายจีนหนุนคนรุ่นใหม่ออกนอกประเทศ เปิดช่องให้นักลงทุนแห่เข้าไทย
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านนโยบาย Belt and Road Initiative ที่ส่งผลให้นักศึกษาจีนกระจายตัวออกไปศึกษาในต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าจะได้รับคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนในประเทศตัวเอง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจสถิติในปี 2560 พบว่ามีนักศึกษาจีนมากกว่า 30,000 คนศึกษาอยู่ในประเทศไทย หลายคนมาเรียนหนังสือแล้วก็มองเห็นโอกาสทางธุรกิจก็กลับมาเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว
ความต่างด้านต้นทุน: เมื่อทุนจีนเหนือกว่าผู้ประกอบการไทยในบ้านตัวเอง
ในขณะที่รัฐบาลจีนมีนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและคืนภาษีผู้บริโภคร่วมถึงได้รับเงินสนับสนุนการขนส่งบางส่วนอีกด้วย ตรงข้ามกับผู้ประกอบการชาวไทยที่นำเข้าสินค้าจากประเทศจีนที่จะต้องเสียทั้งภาษีศุลกากร เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้จากการขาย รวมไปถึงค่าเช่าพื้นที่ต่างๆ ชาวจีนกำลังจ่ายค่าเช่าได้ในราคาที่สูงกว่าชาวไทย สูงกว่าราคาประเมินของกรมที่ดิน ทำให้เกิดการปรับขึ้นราคาค่าเช่าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวไทยสู้ไม่ไหว ต้องยอมย้ายไปอยู่ย่านอื่น หรือล้มเลิกกิจการไปในที่สุด

การอยู่ร่วมกันที่ไม่ง่าย: โอกาสกับความขัดแย้งที่เดินมาด้วยกัน
ชาวจีนรุ่นใหม่ที่อาศัยในบริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวางมีหลากหลายกลุ่ม แม้ว่าชาวจีนรุ่นใหม่มีความแตกต่างจากชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในอดีต แต่ยังมีความคล้ายคลึงกับในเรื่องความสัมพันธ์แบบพึ่งอาศัยกัน ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติด้วยกันเป็นอันดับแรก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสร้างผลกระทบต่อชาวไทยในบริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ บางคนรู้สึกถูกรบกวนจากพฤติกรรมและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากชาวจีนในย่าน บางคนมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจของคนไทยที่มีลูกค้าหน้าใหม่เข้ามามากขึ้น
โจทย์ใหญ่ของห้วยขวาง: ไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม
โจทย์ใหญ่สำหรับย่านห้วยขวางและย่านอื่น ๆ ที่กำลังพบเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้ ไม่ใช่การต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่หรือไป แต่จำเป็นต้องกวดขันควบคุมการอยู่ร่วมกันภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใด สัญชาติใดก็ตาม
ข้อมูลอ้างอิง
- https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:60108
- www.the101.world/new-chinatown-chada-interview/