OKMD

เพลง ดนตรี วิถีไทย : 4 บทเรียนดนตรี จากท้องถิ่น 4 ภูมิภาค

15 กันยายน 2026
|
16 read this
|
3 share this



            เพลง ดนตรี วิถีไทย : Songs, Music and Thai Culture บทเรียนออนไลน์จากการพัฒนาของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และความร่วมมือจากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ที่จะนำไปเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านไทยจากสี่ภูมิภาค ได้แก่ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ ผ่านมุมมองเชิงวัฒนธรรม สังคม และดนตรี โดยจะได้สำรวจประวัติความเป็นมา บริบททางวัฒนธรรม และการพัฒนาของดนตรีพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาคจากประสบการณ์จริงของศิลปินพื้นบ้าน พ่อเพลง แม่เพลง และศิลปินพื้นบ้านรุ่นใหม่ รวมถึงรับชมการแสดงดนตรีพื้นบ้านที่หลากหลาย พร้อมคำอธิบายที่ช่วยให้เข้าใจความหมายและความสำคัญของการแสดงในบริบทท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการแนะนำเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่โดดเด่นของแต่ละภาค โดยเน้นให้เห็นเอกลักษณ์เฉพาะของเสียง รูปแบบ และเทคนิคการเล่นผ่านการสาธิต เพื่อเปิดมุมมองใหม่ ทั้งในแง่ดนตรีและการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สังคมร่วมสมัย 

            ในบทเรียนนี้ จะได้พบกับอาจารย์อานันท์ นาคคง พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคต่าง ๆ ทั้งรองศาสตราจารย์ บัวพัน สุพรรณยศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงกรานต์ สมจันทร์ รองศาสตราจารย์ ดร.โยธิน พลเขต อาจารย์อาทิตย์ คำหงส์คำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธิติ ทัศนกุลวงศ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุธี จันทร์ศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวน์มนัส ประภักดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิวรรธ์น ลิมปชัย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิชชาณัฐ ตู้จินดา


ภาคใต้ : เรื่องราวของ “โนรา” มรดกปักษ์ใต้ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ

            เรียนรู้เรื่องราวของเพลง ดนตรี วิถีไทยจากภาคใต้ ผ่านเรื่องราวของ “โนรา” ศิลปะการแสดงที่ออกมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์ที่มีความงดงามและมีคุณค่าเป็นที่จับใจ การรํา การร้อง การแสดงเป็นเรื่อง และการประกอบพิธีกรรมโดยเฉพาะความเชื่อภายในชุมชนภาคใต้ อัตลักษณ์ทางการแสดง ดนตรี และวิถีทางวัฒนธรรมของชาวปักษ์ใต้ที่มากไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง

            ตอนที่ 1 โนรา ตำนาน พิธีกรรม ความเชื่อ บทบาทในสังคมไทย

                    “โนรา” มาจากคําว่า “มโนหะรา” หมายถึงผู้โน้มน้าวจิตใจได้ เมื่อเป็นการแสดง จะหมายถึงศิลปะการแสดงที่ออกมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์ที่มีความงดงามและมีคุณค่าเป็นที่จับใจ หรือสะกดใจ โนราเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ปรากฏอยู่ในชุมชนภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด มาเป็นเวลายาวนาน เพราะโนรามีทั้งการรํา การร้อง การแสดงเป็นเรื่อง และการประกอบพิธีกรรมโดยเฉพาะความเชื่อภายในชุมชนภาคใต้ โดยปกติศิลปะการแสดงโนราที่มีศิลปินของโนราปรากฏการแสดงเป็นที่เหนี่ยวแน่นมากมาย จะปรากฏอยู่ในจังหวัดพัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช และตรัง ซึ่งมีศิลปินโนราที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมาเป็นเวลายาวนาน จึงมีจารีตประเพณี องค์ประกอบในการแสดงที่ละเอียดประณีตและชัดเจน

            ตอนที่ 2 โนรา ร่ายรำบทกลอนและเพลงดนตรีประกอบการแสดงโนรา

                    ดนตรีประกอบการแสดงโนราจะมีบทบาทสำคัญต่อการแสดงโนราเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากโนราเป็นศิลปะของการร้องรําและพิธีกรรม ดังนั้น ดนตรีโนราจึงสอดแทรกไปกับทุกขนบนิยมของการแสดง ได้แก่ การเริ่มแสดงมีการบรรเลงดนตรีที่เรียกว่า “การลงโรง” หรือ “โหมโรง” การบรรเลงดนตรีประกอบขึ้นตอนการแสดงที่สำคัญ เช่น การร้องบทหลังม่าน การร้องบทร่ายแตระ การร้องบทผันหน้า และการร้องบทเพลงทับเพลงโทน นอกจากนี้ ดนตรีจะมีบทบาทในการบรรเลงประกอบการรําเฉพาะ อย่างเช่น การรำยั่วทับ การรำยั่วปี่ นักดนตรีจะต้องบรรเลงร้องรับตามลีลาของผู้รำเป็นหลักและการบรรเลงแต่ละครั้งจังหวะทํานองอาจจะยืดหยุ่นปรับเพลงจังหวะตามกระบวนการแสดงที่เกิดขึ้น ปฏิภาณไหวพริบและความใกล้ชิด เข้าใจเนื้อร้องจังหวะทำนองของนักดนตรีจะต้องแม่นยำ

            ตอนที่ 3 โนรา องค์ประกอบการแสดงโนรา เครื่องแต่งกายและเครื่องดนตรี

                    การแสดงโนรามีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ นักแสดง ดนตรี เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การแสดง เป็นต้น ในสมัยโบราณนักแสดงโนราหรือศิลปินโนราจะเป็นผู้ชายล้วนจะมีการสวมเครื่องแต่งกายทั้งหมด เรียกว่า เครื่องต้น ส่วนดนตรีโนราเป็นองค์ประกอบสำคัญในศิลปะการแสดงโนราถึงแม้ว่าดนตรีอาจจะประกอบด้วยเครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้นแต่ทุกชิ้นมีความสำคัญสำหรับการแสดงโนราทุกครั้ง เครื่องดนตรีมีทั้งหมด 7 ชิ้น ได้แก่ ทับ กลอง โหม่ง ฉิ่ง ปี่แตระ และซอ


ภาคอีสาน : เรื่องราวของดนตรีท้องถิ่นอีสาน ตั้งแต่หมอลำ–หมอแคน เจรียง–กันตรึม ถึงเพลงโคราช

            เรียนรู้เรื่องราวของเพลง ดนตรี วิถีไทยจากภาคอีสาน ผ่านเรื่องราวของกลุ่มดนตรีพื้นบ้านทั้งกลุ่มหมอลำ–หมอแคน กลุ่มเจรียง–กันตรึม และกลุ่มเพลงโคราช รูปแบบวงดนตรีที่มีอัตลักษณ์เฉพาะไม่ว่าจะรูปแบบวงโปงลางหรือมโหรีอีสาน รวมถึงเครื่องดนตรี ดีด สี ตี เป่า ที่ต่างมีวิธีการบรรเลงที่โดดเด่นและสามารถแสดงเอกลักษณ์ในแต่ละเครื่องมือได้เป็นอย่างดี

            ตอนที่ 1 ประวัติและความเปลี่ยนแปลงดนตรีในภาคอีสาน

                    ดนตรีอีสานเป็นเสมือนภาพสะท้อนการเป็นอยู่ในสังคมดั้งเดิมจนถึงสังคมปัจจุบัน จนทำให้เห็นทั้งวิถีชีวิตการเป็นอยู่ คติความเชื่อของคนภาคอีสาน ถูกสะท้อนและเรียบเรียงการเล่าเรื่องราววิถีการใช้ชีวิต ผ่านดนตรีอีสานโดยมีการพัฒนาดนตรีอีสานจากรุ่นสู่รุ่นอยู่เสมอ ความแตกต่างของแต่ละกลุ่มดนตรีอีสาน คือสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของดนตรีอีสานที่เติบโตมากขึ้น ได้ถูกนำมาพัฒนาจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยสามารถนำดนตรีอีสานมาพัฒนาในหลายรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงวิถีชีวิตของสังคมในปัจจุบัน

            ตอนที่ 2 วงดนตรีและเพลงสำคัญในภาคอีสาน

                    วงดนตรีพื้นบ้านภาคอีสาน สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ วงโปงลาง และวงมโหรีอีสาน โดยวงโปงลางเป็นวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของภาคอีสาน มีเครื่องดนตรีหลัก เช่น โปงลาง พิณ แคน และโหวด ทำหน้าที่ดำเนินทำนอง พร้อมเครื่องประกอบจังหวะ เช่น กลองหาง กลองตุ้ม ไหซอง หมากกะโหล่ง และฉาบ เพื่อเพิ่มความคึกคักของจังหวะ ในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้เครื่องดนตรีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการแสดง ส่วนวงมโหรีอีสานเป็นวงดนตรีดั้งเดิมที่ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น ปี่ ซอ โทนหรือรำมะนา ฉิ่ง และฉาบ มาบรรเลงร่วมกันอย่างประณีต คล้ายรูปแบบวงมโหรีของภาคกลาง

            ตอนที่ 3 สาธิตเครื่องดนตรีและการขับร้องภาคอีสาน

                    เครื่องดนตรีแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า ต่างมีวิธีการบรรเลงที่โดดเด่นและสามารถแสดงเอกลักษณ์ในแต่ละเครื่องมือได้เป็นอย่างดี และสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาและบรรเลงเครื่องดนตรีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรี ประเภท ดีด สี ตี เป่า ต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ตามวิธีการเล่นที่ถูกต้องและเริ่มศึกษาจากผู้ที่ถ่ายทอดอย่างตั้งใจ ซึ่งการเลือกเครื่องดนตรีแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับผู้ศึกษาสนใจเครื่องดนตรีประเภทไหน พร้อมทั้งทางด้านเครื่องดนตรีในแต่ละประเภทยังมีการพัฒนาไปสู่แนวทางในการบรรเลงแบบใหม่ ๆ ที่ดึงดูดเสน่ห์ของเครื่องดนตรีนั้น ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม


ภาคกลาง : เรื่องราวของเพลงพื้นบ้าน วงดนตรีไทย และการขับร้องอย่างชาวภาคกลาง

            เรียนรู้เรื่องราวของเพลง ดนตรี วิถีไทยจากภาคกลาง ผ่านเรื่องราวของบทเพลงพื้นบ้านอันเริ่มต้นจากวรรณกรรมมุขปาฐะที่สืบต่อกันมาแบปากต่อปาก วงดนตรีไทย คีตศิลปกรรมที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของชาติ รวมถึงเรื่องราวของเครื่องดนตรีและการขับร้องในวัฒนธรรมธรรมดนตรีชาวภาคกลาง

            ตอนที่ 1 เพลงพื้นบ้านภาคกลาง

                    เพลงพื้นบ้านเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางภูมิปัญญาของชาวบ้าน จัดอยู่ในกลุ่มของ “วรรณกรรมมุขปาฐะ” หรือ “วรรณกรรมที่ถูกสืบทอดกันมาแบบปากต่อปาก” ซึ่งเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านแบบร้อยกรองที่ชาวบ้านแต่งขึ้น โดยมีทํานอง มีจังหวะ เนื้อเรื่อง ตามแบบความนิยมของท้องถิ่นต่าง ๆ ลักษณะเด่นพิเศษของเพลงพื้นบ้านคือ ความง่ายและความงาม การใช้คําง่าย ๆ แต่ลึกซึ้งคมคายและมีความสนุกสนาน เพลงส่วนใหญ่จะเน้นความรัก มิตรภาพ ความสามัคคี และสร้างความจรรโลงใจ

            ตอนที่ 2 ประเภทวงดนตรีไทย

                    วงดนตรีไทย อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของศิลปวัฒนธรรมการดนตรีภาคกลาง ทั้งวงมโหรีโบราณ วงมโหรีปัจจุบัน วงปี่พาทย์ไม้นวม วงปี่พาทย์ไม้แข็ง วงปี่พาทย์เสภา วงปี่พาทย์มอญ วงปี่พาทย์พิธีกรรม พากย์โขน วงกลองยาว วงเครื่องสายไทย วงเครื่องสายผสมขิม และวงอังกะลุง 

            ตอนที่ 3 สาธิตเครื่องดนตรีและการขับร้องภาคกลาง

                    เครื่องดนตรีและการขับร้องในวัฒนธรรมธรรมดนตรีภาคกลาง ทั้งซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ขลุ่ย ปี่ จะเข้ หุ่นกระบอก และการขับเสภา


ภาคเหนือ : เรื่องราวของเสียงเพลงและดนตรีแห่งเมืองล้านนา อัตลักษณ์จากชาวเวียงฝ่ายเหนือ

            เรียนรู้เรื่องราวของเพลง ดนตรี วิถีไทยจากภาคเหนือ ผ่านเรื่องราวของศิลปกรรมทางเสียงของอาณาจักรล้านนาที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายของพื้นที่ สำเนียง และบริบทการใช้งาน ความความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ความเชื่อ และพิธีกรรมของชุมชน และเครื่องดนตรีที่เป็นเหมือนภาพสะท้อนจิตวิญญาณและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

            ตอนที่ 1 ประวัติและความเปลี่ยนแปลงดนตรีในภาคเหนือ

                    ดนตรีล้านนาเป็นศิลปวัฒนธรรมทางเสียงของภาคเหนือที่มีลักษณะสำคัญคือ ความหลากหลายทางพื้นที่ สําเนียง และบริบทการใช้งาน มิได้เป็นระบบดนตรีแบบตายตัว หากแต่เป็นผลรวมของประวัติศาสตร์ สังคม ความเชื่อ และการปรับตัวตามยุคสมัยของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ดนตรีล้านนาเน้นความสงบอ่อนช้อย และการฟังด้วยใจ สําเนียงทางดนตรีเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ ลําปาง น่าน รวมถึงอิทธิพลจากวัฒนธรรมภายนอก เช่น ไทยใหญ่และดนตรีตะวันตก

            ตอนที่ 2 วงดนตรีและเพลงสำคัญภาคเหนือ

                    ดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือมีความหลากหลายทั้งในด้านของรูปแบบวงดนตรีและบทเพลง โดยมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ความเชื่อ และพิธีกรรมของชุมชน วงดนตรีสำคัญ ได้แก่ วงกลองตึ่งโนง ซึ่งเน้นจังหวะและพลังเสียง ใช้ประกอบการแสดงฟ้อนเล็บและขบวนแห่ วงสะล้อ ซอ ซึง ที่เน้นการดำเนินทำนองและความอ่อนช้อย วงปี่จุม ที่โดดเด่นด้านการเป่าปี่ควบคู่ไปกับการขับซอ และวงป้าดก๊อง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับวงปี่พาทย์ ส่วนบทเพลงสำคัญสะท้อนอัตลักษณ์ดนตรีล้านนา ได้แก่ เพลงปราสาทไหว เพลงสาวไหม เพลงมวย สำหรับวงสะลอ ซอ ซึง เพลงตั้งเชียงใหม่ เพลงจะปุ–ละม้าย เพลงซอเงี้ยว ซอพมา และซออื่อ สำหรับวงปี่จุม และเพลงผีมด สำหรับวงป้าดก๊อง

            ตอนที่ 3 สาธิตเครื่องดนตรีและการขับร้องภาคเหนือ

                    เครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนาเป็นเหมือนภาพสะท้อนจิตวิญญาณ ความเชื่อ และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ครอบคลุมทั้งเครื่องสาย เครื่องเป่า และเครื่องตี เช่น พิณเปี๊ยะ สะล้อ ซึง ปี่แน ฯลฯ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวทั้งด้านวัสดุ การสร้างและการบรรเลง


เรียนรู้เพลง ดนตรี วิถีไทยจากท้องถิ่น 4 ภูมิภาคได้ฟรีที่ OKMD Knowledge Portal : https://elearning.okmd.or.th/course/songs-music-and-thai-culture




Ask OKMD AI