คนเมืองกับเรื่องสุขภาพ

18 สิงหาคม 2023
|
2367 อ่านข่าวนี้
|
16

 

            สุขภาพที่ดีสร้างได้ คำพูดนี้ใครๆ ก็พูดได้ แต่จะทำได้จริงหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ ประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพย่ำแย่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากโรคระบาด มลพิษและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่อยู่อาศัยแออัดและไม่เอื้ออำนวย ภาวะดื้อยา การปฏิเสธวัคซีน ระบบสาธารณสุขไม่ได้มาตราฐาน 

และที่น่าวิตกคือ ผู้คนมีไลฟ์สไตล์หรือวิถีการใช้ชีวิตที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง

โดยทุกวันนี้ ยิ่งสังคมเมืองขยายตัวหรือพัฒนารวดเร็วเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งหนาแน่นและแข่งขันกันทำทุกอย่างด้วยความเร่งรีบเท่านั้น เพื่อหน้าที่การงาน เงินทอง โอกาสก้าวหน้าในชีวิต และเพื่อปลดภาระความรับผิดชอบต่างๆ จนหลงลืมดูแลใส่ใจสุขภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายลงไปด้วยเช่นกัน

คนเมืองส่วนใหญ่จึงมีสุขภาพเสื่อมถอยสะสมโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ผลการสำรวจจากหลายหน่วยงาน พบว่าพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพตนเองของคนเมือง มักเกิดจากสาเหตุหลักๆ เหล่านี้

ไม่กินมื้อเช้า ทั้งที่เป็นมื้อสำคัญที่สุด เนื่องจากร่างกายจะได้รับสารอาหารและพลังงานทดแทนที่เสียไปในช่วงกลางคืน ก็จากมื้อเช้านี่แหละ การอดมื้อเช้าบ่อยๆ เพราะความเร่งรีบ ตื่นสาย กลัวรูดบัตร ทำงานไม่ทัน จึงทำให้ร่างกายขาดพลังงานและความสดชื่น สมองไม่ได้รับสารอาหารไปกระตุ้น คิดอะไรไม่ออก ประมวลผลช้า เมื่อสะสมไปนานๆ ก็จะก่อให้เกิดโรคหลายอย่างตามมา เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคอัลไซเมอร์

กินอาหารไม่มีประโยชน์ นอกจากอดมื้อเช้าแล้ว คนเมืองยังนิยมบริโภคอาหารจานด่วน หรือ Junk Food จากร้านฟาสต์ฟู้ด ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียว-หมูปิ้ง เบอร์เกอร์ ไก่ทอด มันฝรั่งทอด ไส้กรอกทอด ฮอตดอก หรือบะหมี่สำเร็จรูป ที่มีส่วนผสมปริมาณมากของแป้ง ไขมัน น้ำตาล เกลือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต จึงทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่ดี เช่น พวกวิตามินและใยอาหารต่างๆ จนส่งผลให้เกิดโรคอ้วน มะเร็งลำไส้ หรือสมองทำงานช้าลง

- เดินทางเร่งรีบ จากการใช้ชีวิตที่ต้องแข่งกับเวลา และสภาพการจราจรที่ติดขัดทุกวัน ทำให้คนเมืองต้องเดินทางไปทำงาน เรียนหนังสือ หรือปฏิบัติภารกิจอย่างเร่งรีบตลอดเวลา โดยจากผลสำรวจพบว่า ใน 1 ปี คนกรุงเทพฯ ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางถึง 1 เดือนทีเดียว จนนำไปสู่โรคเครียดและโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการกลั้นปัสสาวะ เพราะระหว่างรถติด ไม่สะดวกต่อการแวะเข้าห้องน้ำ แล้วส่งผลต่อเนื่องให้ดื่มน้ำน้อย เนื่องจากไม่อยากปัสสาวะบ่อย

          - ดื่มน้ำน้อย ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบ คนเมืองก็เลยดื่มน้ำน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน ซึ่งตามปกติจะต้องดื่มให้ได้ 2-3 ลิตรต่อวัน เมื่อดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่างกายจึงไม่สามารถดักจับไขมันหรือกำจัดสารพิษต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ดี ผิวพรรณย่อมหมองคล้ำ ไม่สดใสเป็นธรรมดา และยังนำมาซึ่งโรคภัยหลายชนิด เช่น ท้องผูก เลือดข้น ระบบหมุนเวียนของเหลวผิดปกติ สมองทำงานไม่ดี ปวดศีรษะ ฯลฯ

- นั่งท่าเดิมเป็นเวลานานๆ เป็นพฤติกรรมของการนั่งทำงานด้วยท่าเดิมติดต่อกันนานเกินไป เพราะจดจ่อกับงานมากเสียจนไม่ยอมลุกไปไหน ส่งผลให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม หรืออาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยร่างกายบริเวณไหล่ บ่า ต้นคอ และหลัง ซึ่งหากมีอาการเรื้อรังอาจทำให้เป็นโรคกระดูกสันหลังคดงอได้ 

- ทำงานล่วงเวลา รถยนต์ที่วิ่งบนถนนต่อเนื่องยาวนานยังต้องพัก ร่างกายคนเราก็เหมือนกัน เมื่อทำงานในแต่ละวัน 7-8 ชั่วโมงแล้ว ก็ควรต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจน็อกเอาได้ แต่ปรากฏว่าคนเมืองส่วนใหญ่นิยมทำงานล่วงเวลา เพื่อจะได้มีรายได้มากขึ้น โดยไม่ห่วงใยสุขภาพว่า หากป่วยหนักขึ้นมา เงินมากเท่าไหร่ก็อาจรักษาไม่ได้

นอนดึก เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการทำงานล่วงเวลา หรือไม่ก็เล่นมือถือและติดโซเชียลมีเดียงอมแงม ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ไลน์, ทวิตเตอร์ หรือเกมต่างๆ จนทำให้นอนดึก ซึ่งเมื่อนอนดึกหรืออดนอนบ่อยๆ ก็จะส่งผลให้สมองไม่ได้รับการพักผ่อน ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดความสมดุล สมาธิไม่ดี อารมณ์แปรปรวนง่าย ปวดศีรษะ และทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับได้  

- ปาร์ตี้บ่อย เข้าทำนอง work hard, play hard ในเมื่อต้องทำงานหนัก มนุษย์เมืองก็เลยคิดว่าต้องไปสังสรรค์หรือปาร์ตี้บ่อยๆ เพื่อเป็นการชดเชยหรือให้รางวัลกับตัวเอง โดยแทนที่จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น กลับเป็นการทำร้ายร่างกายทางอ้อม ยิ่งมีการดื่มกินหนักๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรม ร่างพัง แฮงก์เอาต์ และเจ็บป่วยมากๆ ได้

ไม่ออกกำลังกาย แม้แนวโน้มของคนเมืองจะสนใจออกกำลังกายมากขึ้น และเทรนด์การออกกำลังกายก็กำลังมาแรง แต่ถึงอย่างนั้นพฤติกรรมในคนส่วนใหญ่หฌยังให้เวลากับการออกกำลังกายน้อย แถมบางคนไม่ออกกำลังกายเลย โดยมีข้ออ้างต่างๆ นานา ขณะเดียวกันหลายๆ คนก็ไม่มีเวลาจริงๆ เพราะมีภาระรับผิดชอบมากมายในแต่ละวัน ดังนั้นคนเมืองที่ไม่ออกกำลังกายหรือออกกำลังกายน้อย ร่างกายจึงอ่อนแอ ป่วยง่าย ลงพุง อ้วน กล้ามเนื้อไม่พัฒนา มีความเครียดสะสม ขาดความสดชื่น และภูมิต้านทานโรคต่ำ

          จากไลฟ์สไตล์ต่างๆ ดังกล่าวของคนเมืองนี้เอง ก่อให้เกิดโรคฮิตเกาะติดชีวิตอันเร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขัน ดังนี้

1.      โรคไมเกรน ปวดศีรษะเรื้อรัง

2.      โรคกระเพาะ โรคลำไส้แปรปรวน โรคกรดไหลย้อน

3.      โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

4.      โรคกล้ามเนื้ออักเสบ, กระดูกสันหลังคดงอ

5.      โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

6.      โรคหลอดเลือดหัวใจ

7.      โรคความดันโลหิตสูง

8.      โรคเบาหวาน

9.      โรคนอนไม่หลับ

10.  โรคมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ ฯลฯ      

            เพราะฉะนั้น อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น สุขภาพที่ดีสร้างได้ แม้จะทำได้ไม่ง่ายก็ตามที แต่หากลองค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ที่เกิดจากการใช้ชีิวิตในเมืองไปทีละนิดๆ โรคยอดฮิตแต่ไม่ชิคของคนเมืองก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงหรือไม่มากล้ำกรายสุขภาพได้อีกต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง : www.msdbangkok.go.thwww.th.jobsdb.com, www.ofm.co.th

0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI