อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศระดับไหน เหมาะสม-สร้างความสบาย ให้กับ ผู้สูงอายุ

15 กันยายน 2023
|
31240 อ่านข่าวนี้
|
22


ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2562 เป็นปีแรกที่จำนวนประชากรวัยเด็กเท่ากับประชากรผู้สูงอายุ ที่ประมาณ 11.3 ล้านคน หลังจากนั้นจำนวนประชากรวัยเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุมาโดยตลอด 

ในปี 2563 มีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 12 ล้านคน และในปี 2583 จะเพิ่มเป็นประมาณ 20.42 ล้านคน

โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปนี้ ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ซึ่งประเด็นหนึ่งที่หลายคนอาจจะละเลยไป นั่นคือ ผลกระทบจากการที่ประเทศไทยเป็น "เมืองร้อน" ต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสภาพอากาศอันร้อนระอุของบ้านเรา

จากงานศึกษาเรื่อง 'สภาวะน่าสบายของผู้สูงอายุไทยสำหรับศูนย์ผู้สูงอายุแบบปรับอากาศ' โดย 'ช่อเพชร พานระลึก' วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2562 ที่ศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเชิงอุณหภาพในอาคารให้น่าสบายและประหยัดพลังงาน ซึ่งงานวิจัยได้ดำเนินการในตัวเมืองพิษณุโลกในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน โดยใช้การศึกษาทั้งภาคสนามและห้องปฏิบัติการ ในภาคสนามได้เก็บข้อมูลจากศูนย์ผู้สูงอายุ 3 แห่ง พบข้อค้นพบที่น่าสนใจดังต่อไปนี้


อุณหภูมิที่สูงขึ้นและศูนย์ผู้สูงอายุของทางภาครัฐในประเทศไทย

งานศึกษาชิ้นนี้ค้นข้อมูลพบว่า จากสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิของโลกค่อยๆ สูงขึ้น เนื่องมาจากโลกไม่สามารถระบายความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ออกไปได้อย่างปกติ ส่งผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจก ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้รับการยืนยันว่า ได้ส่งผลต่อสภาวะน่าสบายในผู้สูงอายุ 

จากสถิติพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกปีของไทย จากปี 2524 มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26.7 ºC ต่อมาในปี 2559 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 27.6 ºC การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลต่อความรู้สึกน่าสบายและสุขภาวะของคนไทย โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในทุกปี 

อากาศร้อนจะกระตุ้นให้เกิดความเครียด เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ ในจำนวนนี้มีกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุรวมอยู่ด้วย ดังนั้น การอยู่ในอาคารที่มีสภาพแวดล้อมเชิงอุณหภาพที่เหมาะสม ภายใต้การใช้พลังงานอย่างประหยัดจึงสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาคารที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันของผู้สูงอายุในระหว่างวัน (Adult day care) และใช้ดูแลและให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น 

ปัจจุบัน มีศูนย์ผู้สูงอายุของทางภาครัฐ เช่น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ อยู่จำนวน 879 แห่ง และในปี 2561 เป็นต้นมา จัดตั้งเพิ่มขึ้นอีกราว 400 แห่ง (รวมเป็น 1,279 แห่ง) ศูนย์เหล่านี้ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานโดยผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม (Social bound elders) ที่มีอยู่สูงถึง 79.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุกลุ่มใหญ่ของไทย 

ภาครัฐใช้วิธีทั้งการปรับเปลี่ยนห้องที่มีอยู่ในอาคารบางหลัง เช่น อาคารสาธารณสุข อาคารสำนักงาน และสร้างศูนย์ผู้สูงอายุขึ้นมาใหม่สำหรับพบปะและทำกิจกรรมร่วมกันในระหว่างวันเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ศิลปะ งานฝีมือ เป็นต้น และเข้าร่วมในกิจกรรมสันทนาการ ได้แก่ เล่นเกมกระดาน ร้องเพลง ดังนั้นการปรับสภาพแวดล้อมเชิงอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้ใช้เฉพาะจึงเป็นสิ่งจำเป็น 

"สภาวะน่าสบาย" (Thermal comfort) คืออะไร?

"สภาวะน่าสบาย" (Thermal comfort) จะถูกประเมินโดยค่า "ความรู้สึกเชิงความร้อน" (Thermal Sensation Vote หรือ TSV) ที่เกิดจากตัวแปร 6 ประการ ใน 2 ปัจจัยหลัก ดังที่สมาคมวิศวกรการทำความร้อน, การทำความเย็น และการปรับอากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers หรือ ASHRAE) ระบุไว้ 

คือ ปัจจัยด้านบุคคล มี 2 ตัวแปร ได้แก่ "อัตราการเผาผลาญหรือกิจกรรม" (Metabolic rate/ Activity หรือ met) "ความเป็นฉนวนจากเสื้อผ้าที่สวมใส่" (Clothing Insulation หรือ Icl) และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี 4 ตัวแปร ได้แก่ "อุณหภูมิอากาศ" (Air temperature หรือ Ta) "ความชื้นสัมพัทธ์" (Relative humidity หรือ RH) "อุณหภูมิการแผ่รังสีความร้อน" (Mean radiant temperature หรือ Tmr) และ "ความเร็วลม" (Air velocity หรือ Va) 

ทั้งนี้ ความรู้สึกเชิงความร้อนของมนุษย์ที่มีต่อสภาพแวดล้อมภายในอาคาร เกี่ยวข้องโดยตรงกับศักยภาพการประหยัดพลังงานด้วย

สำหรับประเทศไทย อาคารส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก และมีระบบปรับอากาศเป็นระบบที่ใช้พลังงานมากที่สุดในอาคาร หากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ถูกปรับใช้งานได้อย่างเหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ซึ่งนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่น่าสบายแล้ว ยังเป็นการใช้พลังงานอย่างไม่คุ้มค่า 

ดังนั้นจึงควรต้องมีการประเมินสภาวะน่าสบายภายในอาคารขึ้น โดยที่ผ่านมา ค่าทำนายความรู้สึกเชิงความร้อนเฉลี่ย (Predicted Mean Vote หรือ PMV) ถูกใช้เป็นเกณฑ์ที่ยอมรับจนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 

อย่างไรก็ตาม งานศึกษาจำนวนหนึ่งพบว่า ค่า PMV ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการประเมินค่าความรู้สึกเชิงความร้อน เนื่องจากมีการศึกษาทางการแพทย์ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับอายุ พบว่า การเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกเชิงความร้อนของผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของ "ไขมันสีน้ำตาล" (Brown adipose tissue) ที่โดยปกติ จะทำหน้าที่เป็นตัวกำเนิดความร้อนในร่างกาย รวมถึง "ใยประสาทไมอีลินเนท" และ "อันไมอีลินเนท" (Myelinated and Unmielinated nerve fiber) 

นั่นหมายความว่า ผู้สูงอายุลดการตอบสนองทางผิวหนังและอัตราการเผาผลาญ ดังนั้นผู้สูงอายุจึงรับรู้สภาพแวดล้อมเชิงอุณหภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

การศึกษาในอดีต ความรู้สึกทางเชิงความร้อนของผู้สูงอายุได้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มคนในวัยอื่นๆ พบว่าผู้สูงอายุต้องการอุณหภูมิที่สูงกว่าวัยผู้ใหญ่ ยังแนะนำว่า ผู้สูงอายุต้องการอุณหภูมิที่สูงขึ้น 2°C ยิ่งไปกว่านั้นเคยมีรายงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุชิ้นหนึ่งระบุว่า ผู้สูงอายุ “จะมีความไวต่อความรู้สึกร้อนและเย็นลดลง แต่การลดลงของการรับรู้ถึงความร้อนนั้น เด่นชัดกว่าความเย็น” 

อย่างไรก็ตาม การศึกษาความรู้สึกเชิงความร้อนของผู้สูงอายุที่ดำเนินการในประเทศต่างๆ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับค่าตัวแปรที่ทำให้รู้สึกน่าสบายที่แตกต่างกัน เช่น ในโปรตุเกส อุณหภูมิสบายสำหรับฤดูหนาวคือ 20 °C และฤดูร้อน คือ 25 °C และ 22-23 °C ในสหราชอาณาจักร ในนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ที่ 20-26 °C 

สำหรับในประเทศไทยพบว่า ความน่าสบายผู้สูงอายุนั้นแตกต่างจากผู้คนในกลุ่มอายุอื่น เคยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2558 พบว่าผู้สูงอายุไทยจะสบายในอุณหภูมิอากาศที่ 25.6-29.3 °C และความชื้นสัมพัทธ์ที่ 52.7-66.8% 


ปรับอุณหภูมิและความเร็วลมของเครื่องปรับอากาศในระดับใด? จึงจะสร้างสภาวะน่าสบายให้กับผู้สูงอายุ

ผลการศึกษาที่เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผู้สูงอายุจากศูนย์ผู้สูงอายุ 3 แห่ง ใน จ.พิษณุโลก โดยใช้ระยะเวลา 7 เดือน ได้ข้อมูลกลับมาจากศูนย์ผู้สูงอายุ 192 ข้อมูล และจากห้องปฏิบัติการ 8,640 ข้อมูล ได้ข้อสรุปว่า การปรับตั้งค่าอุปกรณ์ปรับสภาวะน่าสบาย ผลจากการปรับที่ทำให้ค่า "ความรู้สึกเชิงความร้อน" (หรือ TSV) แสดงค่าความรู้สึกว่า "พอดี" ที่ใช้เป็นมาตรฐานในการพัฒนาศูนย์ผู้สูงอายุมีดังนี้ 

ช่วงเวลา 08.00 - 13.00 น. ในฤดูหนาว ควรใช้การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติร่วมกับพัดลม เพื่อสร้างความเร็วลมที่ 0.57-0.60 m/s

ช่วงเวลา 08.00 - 12.00 น. ในฤดูร้อน ควรใช้การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติร่วมกับพัดลม เพื่อสร้างความเร็วลมที่ 0.64-0.73 m/s

ช่วงเวลา 13.00 - 16.00 น. ในฤดูหนาว ให้ใช้เครื่องปรับอากาศโดยปรับอุณหภูมิเป็น 26.0 °C พร้อมปรับให้มีความเร็วลมที่ 0.10-0.26 m/s

ช่วงเวลา 12.00 - 16.00 น. ในฤดูร้อน ให้ใช้เครื่องปรับอากาศโดยปรับอุณหภูมิเป็น 26.0-26.5 °C พร้อมปรับให้มีความเร็วลมที่ 0.06-0.22 m/s

งานศึกษาชิ้นนี้ยังแนะนำว่า การสร้างความน่าสบายนั้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ รวมถึง ที่ตั้งอาคาร วัสดุก่อสร้าง การออกแบบให้ถูกทิศทาง ขนาดของช่องเปิดที่เหมาะสม อาคารใหม่จึงควรใช้โปรแกรมจำลองเพื่อวิเคราะห์ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เช่น การใช้โปรแกรม scSTREAM-Cradle CFD ที่ป้อนสมการทำนายค่าความรู้สึกเชิงความร้อนของผู้สูงอายุไทยลงไป แล้วพิจารณาตำแหน่งต่างๆ ของห้องว่าร้อนหรือหนาวเกินไปอย่างไร จะได้จัดวางตำแหน่งหัวจ่ายของเครื่องปรับอากาศและพัดลมให้สอดคล้องได้ 

ในด้านรูปร่างของที่ว่างภายในอาคารก็มีส่วนสำคัญ สำหรับมีพื้นที่ที่มีฝ้าเพดานสูง (Double space) เมื่อมีการใช้เครื่องปรับอากาศ จะทำให้ต้องใช้พลังงานที่มาก แต่ผลที่ได้จะแตกต่างด้านการใช้พลังงานอย่างเห็นได้ชัด หากปรับมาใช้การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติแทน 

ส่วนด้านองค์ประกอบของอาคาร (เช่น หน้าต่าง ชายคา) อัตราส่วนของหน้าต่างในศูนย์ผู้สูงอายุทั้งหมดก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการรับความร้อนเข้าสู่อาคาร เช่น สัดส่วนหน้าต่างต่อผนังทางทิศเหนือมีผลต่อการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าในทิศอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น หากหน้าต่างมีความยืดหยุ่น คือ เปิด-ปิดได้ ไม่ว่าจะโดยอัตโนมัติ หรือใช้ระบบมือ จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการปรับเพื่อรับลมตามฤดูกาลได้ ส่วนชายคาที่ยื่นก็สามารถช่วยลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ 

นอกจากนี้ วัสดุในการก่อสร้างก็สำคัญต่อประสิทธิภาพและผลต่อการประหยัดพลังงาน ดังนั้นการออกแบบปรับปรุงอาคารจึงต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วย 

สำหรับการจัดการ ปรับปรุงศูนย์ผู้สูงอายุให้มีสภาวะน่าสบายและประหยัดพลังงาน กรณีใช้อุปกรณ์เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม ควรใช้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ปรับพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศโดยไม่ใช้ตลอดทั้งวัน ถึงแม้จะอยู่ในเวลาทำการ จะนำมาซึ่งสภาวะน่าสบายและประหยัดพลังงานได้

……

ดาวน์โหลดวิทยานิพนธ์นี้ฉบับเต็มได้ที่:

'สภาวะน่าสบายของผู้สูงอายุไทยสำหรับศูนย์ผู้สูงอายุแบบปรับอากาศ' (ช่อเพชร พานระลึก, วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2562)


URL อ้างอิง: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/69874
0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI