10 ใน 100 อันดับหนังสือดีของโลก (ประเภทนวนิยาย) ที่ทุกคนควรอ่าน

“มีคนจำนวนมากเท่าไหร่แล้ว ที่ตั้งต้นยุคใหม่ในชีวิตของเขา หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง”
คำกล่าวข้างต้นของเฮนรี เดวิด ทอโร นักเขียนชื่อดังระดับโลก คงบอกกับเราได้ดีว่า หนังสือดี มีค่าไม่ต่างจากขุมทรัพย์ ดังนั้นการเลือกอ่านหนังสือดีๆ ที่ได้รับการยกย่อง ย่อมมีประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างมหาศาลแน่นอน
โดยหนังสือดีของโลกที่ทุกคนควรอ่านนั้น มีการรวบรวมรายชื่อไว้หลายสำนักแตกต่างกันไป อาทิ Time Magazine, New York Times, The Modern Library, Amazon, BBC หรือ The Guardian แต่ส่วนใหญ่จะมีรายชื่อตรงกัน จึงขอเลือกหนังสือดีจาก 100 อันดับ ในประเภท ‘นวนิยายภาษาอังกฤษ’ ของ Time Magazine หรือ Time Magazine’s All Time 100 Novels มานำเสนอเป็นตัวอย่าง เพื่อเติมเต็มอาหารสมองและวิตามินชีวิตให้กับทุกคน ดังนี้
- To Kill a Mockingbird
เขียนโดย ฮาร์เปอร์ ลี เป็นนวนิยายรางวัลพูลิตเซอร์ ว่าด้วยเรื่องราวการเติบโตอันงดงามของเด็กหญิง ผู้ต้องเผชิญชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยอคติ การตีตราผู้คนจากสีผิว และความอยุติธรรมที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด โดยเปรียบเปรย นกม็อกกิ้งเบิร์ด หมายถึงผู้บริสุทธิ์ที่เรียกร้องความเป็นธรรม และอาจตีความได้ด้วยว่า คือเราทุกคนที่ใฝ่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่า
- 1984
เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์ เป็นนวนิยายแนวดิสโทเปียที่ตีแผ่ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จอันชวนตกตะลึง ซึ่งพยายามควบคุมความคิดและล้างสมองของประชาชนในทุกวิถีทาง ขณะเดียวกันก็มุ่งหน้าทำสงครามอย่างบ้าคลั่ง อันสะท้อนสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในที่ใดที่หนึ่งบนโลกนี้เสมอมา ผ่านการถ่ายทอดอันทรงพลังและเสียดสีการเมืองได้อย่างถึงแก่น - The Lord of the Rings
เขียนโดย เจ.อาร์.อาร์.โทลคีน เป็นนวนิยายแฟนตาซีที่บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยอันแสนมหัศจรรย์ของหนุ่มน้อยเผ่าพันธุ์ฮอบบิท ผู้ได้แหวนซึ่งหากใครได้ครอบครองจะมีอำนาจปกครองโลกมาโดยบังอิญ เขาจึงต้องตัดสินใจระหว่างสองทางเลือก คือครอบครองแหวนแล้วกลายเป็นอสูรหรือจะทำลายมันทิ้งเสีย ซึ่งในที่สุด เขาก็เลือกที่จะทำลายทิ้ง จนนำไปสู่สงครามแย่งชิงแหวน อันสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว - The Catcher in the Rye
เขียนโดย เจ.ดี.ซาลินเจอร์ เป็นนวนิยายคลาสสิกที่แสดงถึงความว้าวุ่นสับสน ขบถ และแปลกแยกของวัยรุ่น ท่ามกลางสังคมอันแสแสร้งหลอกลวง แม้บางประเด็นที่นำเสนออาจทำให้ผู้ใหญ่กังวล และใช้ภาษาไม่เหมาะสมตามประสาวัยรุ่น แต่แง่มุมสำคัญก็คือ ในช่วงวัยของการเปลี่ยนผ่านและปรารถนาจะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่นนั้น เยาวชนได้เติบโตและเรียนรู้จากการเติบโตมากขึ้น - The Great Gatsby
เขียนโดย เอฟ.สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ เป็นนวนิยายสะท้อนความเป็นอเมริกันชนในยุควัตถุนิยม และความบอบบาง เพ้อฝัน เต็มไปด้วยความมุ่งหวังของมนุษย์ที่พยายามจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว วัตถุนิยมคือความไร้ค่าโดยสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับความหมายที่แท้จริงของชีวิต เป็นบทสรุปที่ให้แง่คิดกับคนอ่านได้อย่างดี - The Lion, the Witch and the Wardrobe
เป็นนวนิยายเยาวชน ในชุด The Chronicles of Narnia (ตำนานแห่งนาร์เนีย) เขียนโดย ซี.เอส.ลิวอิส แบ่งเป็นหลายเล่ม สำหรับเล่มนี้เป็นเรื่องที่สอง ถัดจาก The Magic Nephew ว่าด้วยการผจญภัยของเด็กสี่คนผ่านตู้พิศวงไปสู่โลกอีกใบที่เรียกว่า นาร์เนีย อันปกคลุมด้วยความหนาวเหน็บของหิมะและความชั่วร้ายของแม่มด ทำให้ต้องต่อสู้กับบททดสอบทางจิตใจ เพื่อไม่ให้ถูกครอบงำจากความชั่วร้าย ซึ่งทั้งสนุกและให้ข้อคิดที่ดีงาม - Lord of the Flies
เขียนโดย วิลเลียม โกลดิง เป็นนวนิยายชิ้นเอกที่บอกเล่าเรื่องราวของเด็กที่รอดชีวิตจากเครื่องบินตกบนเกาะร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลก โดยต้องอาศัยสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด และต่อสู้ดิ้นรนเพื่อช่วงชิงอำนาจระหว่างความใฝ่ดีกับความป่าเถื่อนภายในจิตใจตนเอง อันแสดงให้เห็นถึงปัญหาสากลว่า มนุษย์เราต่างมีซาตานอยู่ภายใน รอเพียงแค่เวลาและสถานการณ์เผยออกมาเท่านั้น - Animal Farm
เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์ เป็นนวนิยายเสียดสีการเมืองอีกเล่ม ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับฟาร์มแห่งหนึ่งของผองสัตว์ที่ขับไล่เจ้าของขี้เกียจและไม่เอางานเอาการออกไป ก่อนแต่งตั้งผู้นำเป็นสัตว์ขึ้นมาปกครองใหม่ เมื่อแรกก็ปกครองด้วยดี แต่หลังจากหลงอำนาจและใช้อำนาจในทางที่ผิด ก็เริ่มมีแนวโน้มใช้อำนาจนี้มากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การกดขี่ข่มเหงและบทสรุปอันน่าสะเทือนใจ เป็นบทเรียนสำหรับสังคมทุกระบบที่มีผู้นำหลงอำนาจ - Catch-22
เขียนโดยโจเซฟ เฮลเลอร์ เป็นนวนิยายขึ้นหิ้งที่บอกเล่ามุมมองหลากหลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อันสะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งของสงครามและเรื่องราวของกองทัพ โดยตัวละครหลักเป็นนักบินทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งนี้ และต้องการจะหยุดทำภารกิจการบิน ทว่าจะทำได้ เขาต้องถูกประเมินว่ามีสติไม่ดีเสียก่อน แต่เนื่องจากเขารับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น จึงถือว่ามีสติดีพอ ทำให้ต้องทำภารกิจต่อไป ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่มีความย้อนแย้งกัน จนหาคำตอบไม่ได้ - The Grapes of Wrath
เขียนโดยจอห์น สไตน์เบ็ก เป็นนวนิยายรางวัลพูลิตเซอร์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความคับแค้นของชาวไร่ผู้สูญเสียที่ดินทำกิน และกลายเป็นผู้อพยพยากไร้เพราะความแห้งแล้งของธรรมชาติและระบบทุนนิยมในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ อีกทั้งยังต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อครอบครัวระหว่างคนยากจนด้วยกันเอง ทำให้ความคับแค้นของคนเหล่านี้ทวีขึ้นเรื่อยๆ จากการถูกเอาเปรียบของทุนนิยมและการไล่หวดของรัฐ
นี่เป็นเพียง 10 ใน 100 อันดับหนังสือดี ในประเภท ‘นวนิยายภาษาอังกฤษ’ เท่านั้น ยังมีอีกถึง 90 เล่ม ที่ทุกคนสามารถหาอ่านเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Time Magazine หรือ Goodreads ได้อย่างเต็มอิ่มทีเดียว
ข้อมูลอ้างอิง :
https://entertainment.time.com/2005/10/16/all-time-100-novels/slide/all/
www.goodreads.com/list/show/2681.Time_Magazine_s_All_Time_100_Novels