สูงวัยอย่างสมาร์ท แค่บริหารเงินให้เป็น

เป็นคนสูงวัยยุคเศรษฐกิจมีความผันผวนและอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นตลอดเวลา หากไม่รู้จักวางแผนหรือบริหารจัดการเงินให้มีเพียงพอใช้ ก็ย่อมจะอยู่ยากและไม่สมาร์ทอย่างแน่นอน ดังนั้น คนสูงวัยในปัจจุบันจึงควรต้องศึกษาเคล็ดลับการบริหารเงินให้เป็น เพื่อให้ชีวิตสามารถเดินหน้าต่อไปโดยไม่ลำบาก จนต้องไปพึ่งพาลูกหลานหรือหยิบยืมจากคนอื่น ซึ่งเคล็ดลับการบริหารเงินให้เป็นนี้
ลองไปดูข้อแนะนำ 5 ข้อ สำหรับคนสูงวัยที่สามารถนำไปปรับใช้กันได้ง่ายๆ
- บริหารการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
เพราะเมื่อสูงวัยหรือเกษียณอายุแล้ว รายรับมักไม่แน่นอน แม้บางคนอาจจะมีรายได้ประจำจากเงินบำนาญหรือสวัสดิการรัฐก็ตาม ดังนั้นจึงต้องวางแผนการใช้เงินในแต่ละประเภท เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย พร้อมกับจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายไว้ทุกครั้ง ป้องกันการลืมและทำให้เห็นว่า มีการใช้จ่ายสิ่งไหนมากเกินไปหรือไม่ สถานการณ์การเงินตอนนี้เป็นอย่างไร หากมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ จะได้หาทางลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง และจัดสรรเงินที่มีอยู่ให้ใช้ได้อย่างเหมาะสมในทุกๆ เดือน - ปลดหรือลดภาระหนี้สิน
เป็นสิ่งที่ควรทำให้เรียบร้อยก่อนเกษียณ เนื่องจากเงินเก็บที่มีอาจไม่พอใช้นานถึง 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า ฉะนั้นถ้ามีหนี้สินติดตัวก็ควรต้องพยายามปลดหรือลดจำนวนให้หมดโดยเร็ว แต่หากสูงวัยแล้วยังคงมีหนี้สินเหลืออยู่ ก็ควรเลือกจัดการหนี้ในส่วนที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน จะได้ตัดภาระดอกเบี้ยออกไป หรือจ่ายหนี้ที่คงเหลือน้อยที่สุดก่อน เพื่อเป็นการปิดบัญชีให้เหลือเจ้าหนี้น้อยลง ชีวิตสูงวัยจะได้เบาสบายขึ้น และมีเงินสำหรับใช้จ่ายอื่นๆ - ลงทุนให้เหมาะสม
นอกจากความผันผวนของเศรษฐกิจแล้ว อัตราเงินเฟ้อยังทำให้สินค้าต่างๆ ราคาสูงหรือแพงขึ้นด้วย การเก็บเงินไว้เฉยๆ โดยไม่นำมาลงทุนเลย จะทำให้มูลค่าเงินลดลงเรื่อยๆ สูงวัยจึงควรแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนอย่างเหมาะสมกับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ เช่น
- เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับดอกเบี้ยหรือเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ จะได้มีเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- เลือกลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากประจำ ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล สลากออมทรัพย์ กองทุนรวม ฯลฯ
- เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง มากกว่าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อป้องกันการขาดทุนหรือสูญเสียเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต
ขณะเดียวกันก็ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างเดียว เพราะจะได้รับผลตอบแทนที่ต่ำไปจนตามอัตราเงินเฟ้อไม่ไหว
ดังนั้นการลงทุนจึงควรมีการกระจายความเสี่ยง และต้องพิจารณาด้วยความเหมาะสม ระมัดระวัง พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างรอบด้านหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนก่อนทุกครั้ง
- ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ
เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ สภาพร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามกาลเวลา โอกาสในการเจ็บป่วยจึงสูงหรือประสบอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าวัยหนุ่มสาว ประกอบกับค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันยังสูงมาก เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยแต่ละครั้ง ค่าใช้จ่ายจึงสูงตามไปด้วย จนบางครั้งอาจต้องนำเงินออมที่มีอยู่ทั้งหมดมาใช้เลยทีเดียว โดยการดูแลสุขภาพ ก็เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี การออกกำลังกายไม่ให้ขาด การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ การทำกิจกรรมคลายเครียดกับสังคมหรือบุคคลอื่น นอกจากนั้นอย่าลืมตรวจสอบสวัสดิการสุขภาพของตนเองด้วยว่ามีอะไรบ้าง เช่น สิทธิข้าราชการ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนประกันสังคม บัตรทองหรือบัตรผู้สูงอายุ เพราะสวัสดิการสุขภาพเหล่านี้ช่วยผ่อนภาระค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย - จัดการทรัพย์สินมรดกให้เรียบร้อย
เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อลดปัญหายุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหลานในอนาคต หรือแม้ไม่มีลูกหลาน ก็ควรต้องจัดสรรทรัพย์สินที่มีอยู่ไว้ล่วงหน้า จะได้ทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง มีหนี้สินหรือไม่ อย่างไร และยังช่วยให้เห็นช่องทางในการเปลี่ยนทรัพย์สินบางอย่าง เพื่อนำไปต่อยอดลงทุนเพิ่มผลตอบแทน หรือเป็นเงินสดหมุนเวียนที่นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
#financialliteracy #smartaging #ทักษะทางการเงิน #สูงวัยอย่างสมาร์ท #สูงวัยอย่างสมาร์ทแค่บริหารเงินให้เป็น #knowledgeportal #okmd #กระตุกต่อมคิด
ข้อมูลอ้างอิง
www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing/2773828, www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/retirement-plan/manage-money-happy-retirement.html, www.dop.go.th/th/know/15/786, https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/5-personal-finance-for-retires