จากซีรีส์สู่รันเวย์ โฟร์ท-เจมีไนน์ คู่ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นระดับโลก

ปรากฏการณ์ ‘ซีรีส์วาย’ หรือซีรีส์ชาย-ชาย ได้กลายเป็นกระแสความนิยมทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชีย เคลื่อนสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ความบันเทิงหรือสร้างฐานแฟนคลับ แต่ยังส่งต่ออิทธิพล ด้านวัฒนธรรม แฟชั่น และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พลังนี้ขยายวงจากจอทีวีสู่กิจกรรมจริง คอนเสิร์ต และสื่อโซเชียล กลายเป็น Soft Power ไทยที่โดดเด่นในสายตาต่างชาติ
กระแสแฟชั่นจากซีรีส์วายสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์จริง
- การรับชมซีรีส์วายไทยในต่างชาติ กระตุ้นให้แฟนคลับนำสไตล์การแต่งกายที่เห็นในจอ เช่น เสื้อเชิ้ต โอเวอร์ไซซ์ เสื้อคู่ หรือ ‘Couple Outfit’ ระหว่างสองตัวละครหลักไปประยุกต์ใช้จริง
- เกิดแฮชแท็กแฟชั่นและชาเลนจ์แต่งตัวสไตล์เดียวกับนักแสดงใน TikTok Instagram เช่น การรวมกลุ่มคอสเพลย์ ‘คู่รักวาย’ ในแฟนมีตติงและอีเวนต์นานาชาติ รวมถึงการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน
- แฟชั่นไร้กรอบเพศได้รับการยอมรับมากขึ้น ผู้คนกล้าแต่งตัวโดยไม่ยึดติดเพศ สะท้อนความหลากหลายและเปิดรับความแตกต่างในสังคม
- แบรนด์แฟชั่นให้ความสนใจ ออกแบบคอลเลกชันที่จับกลุ่มแฟนซีรีส์วาย ด้วยการเลือกนักแสดงเป็น แอมบาสเดอร์ พร้อมโปรโมตไอเทมที่เห็นในจอ เพื่อสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้า
โฟร์ท ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล และ เจมีไนน์ นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ คือ คู่ดาวรุ่ง Gen Z แถวหน้าของวงการซีรีส์วายไทย เริ่มต้นจากผลงานซีรีส์วายที่สร้างฐานแฟนคลับอย่างล้นหลามในไทยและต่างประเทศ ด้วยเพราะสองหนุ่มมีจุดเด่นเรื่องเคมีคู่กันที่สดใหม่ แต่งกายด้วยชุดหรือสไตล์ที่แมตช์กันระหว่างสองคนเป็นธรรมชาติ มั่นใจ และไร้กรอบทางเพศ
เมื่อกระแสซีรีส์และฐานแฟนข้ามชาติเข้มแข็งขึ้น โฟร์ท-เจมีไนน์ จึงถูกสื่อและแบรนด์แฟชั่นระดับโลกเชิญบ่อยครั้งให้เข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ จนกลายเป็น ‘ไอคอนใหม่’ ของแฟชั่นข้ามพรมแดน สองหนุ่มไม่ได้โด่งดังแค่ใน กลุ่มแฟนคลับเอเชียเท่านั้น แต่ยังถูกเชิญให้ร่วมงานแฟชั่นโชว์แถวหน้าระดับโลก และกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สื่อสำคัญในยุโรป เอเชีย และอเมริกากล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง

บทบาทผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นที่ข้ามพรมแดนของโฟร์ท-เจมีไนน์
- จากซีรีส์วายสู่แฟชั่นฮอลล์ระดับโลก ความสำเร็จของโฟร์ท-เจมีไนน์ ไม่ได้หยุดแค่ผลงานซีรีส์วายที่โด่งดังในเอเชียเท่านั้น แต่ยังขยายฐานแฟนคลับให้ข้ามพรมแดนไปถึงระดับโลก ทั้งคู่กลายเป็น ‘Front Row’ หรือแขกที่ได้รับเชิญให้นั่งแถวหน้าของงานแฟชั่นโชว์แบรนด์หรู เช่น Dolce & Gabbana ที่มิลาน Fashion Week Tommy Hilfiger ใน New York Fashion Week และ ZEGNA ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการได้รับการยอมรับในฐานะผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นที่ข้ามพรมแดนในสายตาสากล การถูกเชิญไปงานแฟชั่นระดับ Front Row บ่งบอกถึงศักยภาพของศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่เป็นแรงบันดาลใจข้ามวัฒนธรรม
- สะท้อน Soft Power ของไอดอลไทย การร่วมงานครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางเพศในวงการแฟชั่น ที่ไม่ยึดติดกรอบชาย หญิง หรือสัญชาติ เชื้อชาติ แต่ยังเปลี่ยนภาพลักษณ์ ซูเปอร์สตาร์ไทยให้เป็นตัวแทน Soft Power รุ่นใหม่ ที่สื่อต่างชาติยกย่อง
- ไวรัลแฟชั่นข้ามพรมแดน ลุค Front Row ของโฟร์ท-เจมีไนน์ และคอนเทนต์แต่งตัว Couple Gen Z ใน TikTok Instagram กลายเป็นไวรัลในหมู่วัยรุ่นยุโรป เอเชีย ดัน #GeminiFourth ติดเทรนด์ Twitter หลายประเทศทุกครั้งที่มีอีเวนต์หรือเดินทางไปต่างประเทศ
การที่แฟนคลับนำไอเดียแต่งตัว ลุคเสื้อผ้า โพสต์คอนเทนต์แต่งตาม หรือ Couple Fashion Challenge คือ การขับเคลื่อน Soft Power สายแฟชั่นร่วมสมัยจากไทยสู่เยาวชนโลก
โฟร์ท-เจมีไนน์ คือภาพแทนผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นแห่งยุคที่ผลักดันแฟชั่นวัฒนธรรมไทยข้ามพรมแดน ไม่ใช่แค่ความบันเทิงแต่สร้างอิทธิพลเชิง Soft Power ที่แข็งแกร่งในเวทีโลก ผ่านการเป็นต้นแบบแฟชั่น ไอคอนรุ่นใหม่ และส่งต่อค่านิยม ‘ความเท่าเทียม ความหลากหลาย’ สู่สากล
ข้อมูลอ้างอิง :
- en.wikipedia.org/wiki/Norawit_Titicharoenrak
- en.wikipedia.org/wiki/Nattawat_Jirochtikul
- lofficielthailand.com/2024/09/tommy-hilfiger-spring-summer-2025/pond-phuwin-james-lee-fourth-and-gemini/
- www.mintmagth.com/people/gemini-fourth-zegna-summer-2025-milan-fashion-week-moment-wulei/