วัฒนธรรมและ AI ความเสี่ยงหรือโอกาสของคนทำงานด้านวัฒนธรรม

จากข้อถกเถียงที่ว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ในอนาคตหรือไม่ สิ่งที่พบอย่างปฏิเสธไม่ได้คือหลายหน้าที่ได้ถูกแทนที่โดย AI ในขณะที่หลายตำแหน่งหน้าที่สามารถนำ AI มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่นเดียวกับสายงานด้านวัฒนธรรมในเวลานี้
ส่องอาชีพคนทำงานด้านวัฒนธรรมที่เติบโตไปพร้อมกับ AI
หากเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า AI คือความเสี่ยงหรือโอกาสของคนทำงานด้านวัฒนธรรม ผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) จะสามารถมองเห็นโอกาสในการปรับตัว นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ และเพื่อส่งต่อวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์ให้คงอยู่ต่อไป ในเวลาเดียวกัน เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี องค์กรหรือหน่วยงานด้านวัฒนธรรมได้มองหาบุคลากรด้านวัฒนธรรมที่มีความรู้ลึกด้านวัฒนธรรมและสามารถนำวัฒนธรรมมาปรับใช้ นำไปสู่โอกาสด้านอาชีพที่น่าสนใจ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
• ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในสถาบันวัฒนธรรม (Cultural Institution Technologist): ผู้รับผิดชอบนำ AI หรือเทคโนโลยีอื่นๆ เข้าไปใช้ในสถาบันวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ หรือหอศิลป์ เช่น ระบบแนะนำสถานที่ให้กับผู้ชม แชตบอตสำหรับผู้เยี่ยมชม แดชบอร์ดการวิเคราะห์ ไปจนถึงชิ้นงานติดตั้งแบบตอบโต้ เพื่อตอบโจทย์สถาบันวัฒนธรรมหลายแห่งทั่วโลกที่กำลังแสวงหาวิธี ที่จะดึงดูดผู้ชมยุคใหม่ให้เข้ามาเรียนรู้ โดยมีทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งนี้ในสถาบันวัฒนธรรม เช่น ความเข้าใจด้านวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ AI และ Machine Learning (เบื้องต้นถึงกลาง)
• นักสร้างสรรค์เนื้อหาด้านวัฒนธรรมด้วย AI (Cultural Content Creator using Generative AI): ผู้ที่สามารถใช้ AI ซึ่งในบริบทนี้เน้น Generative AI ทั้งด้านภาพ เสียง และเนื้อหา เพื่อสร้างสรรค์สื่อมัลติมีเดีย เช่น การสร้างนิทานพื้นบ้านแบบแอนิเมชัน การสร้างตัวละคร 3 มิติจากบุคคลทางประวัติศาสตร์ หรือการแปลอัตโนมัติ ซึ่งนอกจากทักษะในการใช้เครื่องมือ AI แล้ว ผู้ที่ทำงานสร้างสรรค์เนื้อหา ยังต้องมีความรู้ด้านวัฒนธรรม สิทธิทางวัฒนธรรม จริยธรรม การออกแบบประสบการณ์ (UX Design) โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถสำคัญคือ ความรู้ด้านการเล่าเรื่องทางวัฒนธรรม (Cultural Storytelling)
• นักพัฒนาเกม AR/VR เชิงวัฒนธรรม (Cultural AR/VR Game Developer): เพราะการเรียนรู้ผ่านการเล่นยังคงเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการเรียนรู้ จึงนำมาสู่แนวโน้มความต้องการผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาเกม AR/VR เชิงวัฒนธรรมเพื่อออกแบบประสบการณ์เสมือนจริงจากเกมพื้นบ้านและเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของท้องถิ่นให้เกิดความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยใช้ AI ช่วยสร้างเกมที่จำลองวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือใช้ VR/AR พาผู้ใช้เข้าไปสัมผัสวัฒนธรรมเสมือนจริง โดยผู้ทำหน้าที่ต้องมีความรู้ด้านวัฒนธรรม ทักษะด้านการพัฒนา AR/VR การใช้เครื่องมือ AI (ขั้นสูง) และทักษะการทำงานกับนักวิชาการและชุมชน
• นักวิเคราะห์ข้อมูลด้านมรดกวัฒนธรรมโดยใช้ AI (Cultural Heritage Data Analyst Using AI): นักวิเคราะห์ข้อมูลด้านมรดกวัฒนธรรมคือผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ จัดการ และตีความข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม เช่น จากพิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุ แหล่งโบราณคดี และอีกมาก เพื่อหาแนวโน้ม ความสัมพันธ์ หรือบริบททางวัฒนธรรม นำไปสู่การสนับสนุนการตัดสินใจในการอนุรักษ์ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งทักษะที่ควรมี เช่น ความรู้ด้านวัฒนธรรม ความสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ทักษะเชิงวิเคราะห์และตีความ และทักษะการใช้เครื่องมือ AI
• ที่ปรึกษาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยขับเคลื่อนด้วย AI (AI Strategy Consultant for Travel & Hospitality): เป็นตำแหน่งหรือบทบาทที่เชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี AI เพื่อออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความเฉพาะตัว (Personalized) สร้างคุณค่าให้กับชุมชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการนักท่องเที่ยวที่มีความคาดหวังสูงในยุคนี้ สามารถเกี่ยวข้องกับการสร้างระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยใช้ AI วิเคราะห์ความสนใจของนักท่องเที่ยวและจับคู่กับกิจกรรมท้องถิ่นที่เหมาะสม เช่น ทำขนมไทย ทำผ้าบาติก หรือพักผ่อนแบบฟาร์มสเตย์ โดยทักษะที่ควรมีอย่างทักษะด้านข้อมูล ด้าน AI และเทคโนโลยี ทักษะการให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
เหล่านี้สอดคล้องกับผลสำรวจของโครงการ SHIFT (สนับสนุนโดย European Union) ที่พบว่า สถาบันมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่ง นำทั้ง AI และ AR รวมถึง VR มาปรับใช้แล้วในสายงาน โดยผู้เชี่ยวชาญ 43% รายงานว่าใช้เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับงานต่างๆ เช่น การเล่าเรื่องและการจัดทำรายการอัตโนมัติ ทำนองเดียวกัน 38% ใช้ VR สำหรับนิทรรศการสิ่งแวดล้อมในรูปแบบเสมือนจริง (Immersive) และ 31% นำ AR มาใช้สำหรับประสบการณ์แบบอินเทอร์แอ็กทิฟเพื่อผู้เข้าชม
นำไปสู่การสรุปในภาพรวมได้ว่าการผสานวัฒนธรรมกับ AI ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ที่น่าสนใจ และแม้ว่าหลายตำแหน่งไม่เคยมีมาก่อน ทว่าตอบโจทย์การปรับตัวและการแข่งขันที่เข้มข้น ขณะเดียวกัน การนำ AI มาช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์สิ่งเก่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง :
- linkedin.com
- heritageresearch-hub.eu
- mdpi.com
- signitysolutions.com
- th.indeed.com
- trustcareers.si.edu