เรียนรู้แบบ Active Learning ตอนที่ 2
จาก Active Learning สู่การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการเรียนรู้
การทำ Future Learning
Space หรือพื้นที่การเรียนรู้ที่เหมาะกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้นควรจะมีการปรับพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น
ปรับใช้ได้หลากหลายกิจกรรม เช่น
การใช้เฟอร์นิเจอร์ปรับได้โดยไม่เป็นภาระกับการเรียน
สามารถหันหน้าเข้าหากันได้ทันที
การปรับใช้ในโรงเรียนที่จะช่วยส่งเสริม Active
Learning นั้นควรปรับที่วิธีการสอนก่อน
ส่วนเรื่องพื้นที่ต่างๆ นั้นเป็นเรื่องที่ช่วยส่งเสริมตามมา ซึ่งพื้นที่ต่างๆ
ในรูปแบบ Active Learning ที่ส่งเสริมการเรียนรู้
อาทิ
o ห้องเรียน
ควร flexible เพราะแต่ละวิชาจะต้องการพื้นที่ไม่เหมือนกัน
ห้องจึงควรเปลี่ยนได้ง่ายและไม่เป็นภาระกับผู้เรียน
มีเฟอร์นิเจอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ ห้องมีบรรยากาศของการเรียนรู้ กันเสียงได้
มีความสงบ
o พื้นที่ workshop แล้วแต่ว่ารองรับการเรียนรู้รูปแบบไหน เช่น พื้นที่ทำ 3d
printing ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์
o พื้นที่ Formal
Learning Space ที่ไม่ใช่ห้องเรียน แต่เป็นห้องที่ทำงานได้
เช่น co-working space พื้นที่ทำงานกลุ่ม
ห้องประชุมย่อย
o Informal Learning
Space มีจุดผ่อนคลายสำหรับเด็กและครู เล่นกับเพื่อน มีสังคม
o พื้นที่ Green
area เป็นพื้นที่เรียนรู้ได้ เช่น แปลงเกษตร
พื้นที่เรียนรู้ระบบนิเวศ
o พื้นที่ Supporting
Area เช่น โรงอาหาร พื้นที่ออกกำลังกาย
แนวคิด active
learning กับการนำมาปรับใช้ในระดับเมือง สามารถส่งเสริมโดยการนำ Active Design การออกแบบพื้นที่ให้ส่งเสริมสุขภาพของคนเมือง
เช่น ทางเท้าที่เหมาะสม พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ส่วน Active
Learning นั้น
สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ในชุมชน เช่น ห้องสมุด พื้นที่จัดกิจกรรม workshop พื้นที่ส่วนกลางที่เข้าไปเรียนรู้ได้ในชุมชน
--------------------
ที่มาข้อมูล
- บทสัมภาษณ์ คุณอติรัตน์
โรจนเสถียร รายการ OKMD Talk หัวข้อ Active
Learning | การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จากวิทยานิพนธ์: แนวทางการออกแบบโรงเรียนฉลาดเล่น (active
learning) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาในบริบทชานเมืองกรุงเทพมหานคร., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.2560