OKMD

“ความรู้” ในฐานะ “มรดกวัฒนธรรม”

25 กุมภาพันธ์ 2026
|
8 read this
|
0 share this

        ความรู้และมรดกวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องเดียวกัน ความรู้คือมรดกวัฒนธรรมที่ถูกส่งต่อมาแต่อดีตหรืออีกหลายส่วนที่สร้างขึ้นในปัจจุบันที่จะเป็นมรดกตกทอดไปสู่อนาคต ในขณะเดียวกันมรดกวัฒนธรรมต่าง ๆ ก็คือองค์ความรู้ที่มีความหลากหลายและสำคัญที่มีอัตลักษณ์และสามารถนำไปสู่การต่อยอดได้

        ความรู้ คือ สิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษาเล่าเรียน การค้นคว้า ประสบการณ์ หรือความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะ ตลอดจนสิ่งที่ได้รับมาจากการได้ยิน ได้ฟัง การคิด หรือการปฏิบัติ และความเข้าใจหรือสารสนเทศที่ได้รับมาจากประสบการณ์ (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, 2554) ในขณะที่วัฒนธรรม คือ สิ่งทั้งหลายอันเกิดจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของ สถานที่ วิถีปฏิบัติ ความเชื่อ หรือองค์ความรู้ ดังนั้น ความรู้จึงถือเป็นมรดกวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง และหากจะจัดความรู้ว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมประเภทใด เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจมรดกวัฒนธรรมกันก่อน

        มรดกวัฒนธรรม (Cultural Heritage) เป็นคำในเชิงบวกที่นิยามได้กว้างและไหลลื่น ครอบคลุมถึงสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ (Rodney Harrison, 2013) ในอดีตให้นิยามถึงสิ่งของที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของแต่ละตระกูล กลุ่มคน หรือสังคม ซึ่งอาจเป็นสมบัติส่วนตัว มีนัยว่าไม่ควรดัดแปลง และไม่ให้ความสำคัญเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ แต่ในปัจจุบันมีนิยามที่กว้างขึ้นในแง่ของการใช้ประโยชน์และไม่จำกัดในวงของตระกูลหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ โดยในช่วงแรกการให้ความหมายมีความแคบและจำกัดอยู่เฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอดีต ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และโบราณคดี ภายหลังมีความหมายกว้างขึ้นถึงสิ่งที่มนุษย์คิดและทำ ครอบคลุมทั้งสิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ รวมถึงมีนัยถึงการสามารถใช้ประโยชน์ได้และมีประโยชน์ต่อสังคม (ธนิก เลิศชาญฤทธ์, 2554)

        มรดกวัฒนธรรมสามารถจัดประเภทได้อย่างหลากหลาย เช่น จำแนกตามสาขาวิชา จำแนกตามความสำคัญและการจัดการ จำแนกตามความเป็นเจ้าของ เป็นต้น แต่วิธีการจำแนกที่เป็นที่นิยม คือ การจัดจำแนกตามลักษณะที่ปรากฏอยู่หรือที่เป็นอยู่ ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้ (Tangible Cultural Heritage) คือ สิ่งก่อสร้าง สิ่งของ หรือวัตถุต่าง ๆ ที่จับต้องได้และสัมผัสได้ด้วยมือหรือมองเห็นด้วยตา ซึ่งมีความสัมพันธ์และเป็นตัวแทนของมนุษย์ วัฒนธรรมของมนุษย์ หรือกิจกรรมและเหตุการณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน แบ่งได้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่อยู่ติดที่หรือเคลื่อนย้ายไม่ได้และมรดกวัฒนธรรมที่เคลื่อนย้ายได้ และ (2) มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) คือ การปฏิบัติ การเป็นตัวแทน การแสดงออก ความรู้และทักษะ ซึ่งหากเราพิจารณาเฉพาะความรู้ แน่นอนว่าความรู้เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมซึ่งจะจัดเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

        มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือ ICH (Intangible Cultural Heritage) หรือที่ประเทศไทยบัญญัติศัพท์เรียกว่า “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” หมายถึง การปฏิบัติ การเป็นตัวแทน การแสดงออก ความรู้ ทักษะ ตลอดจนเครื่องมือ วัตถุ สิ่งประดิษฐ์ และพื้นที่ทางวัฒนธรรมอันเป็นผลจากสิ่งเหล่านั้น ซึ่งชุมชน กลุ่มชน และในบางกรณีปัจเจกบุคคลยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกวัฒนธรรมของตน แบ่งได้เป็น 5 ประเภท (UNESCO, 2003) ได้แก่

                1. ประเพณีและการแสดงออกของมุขปาฐะ รวมถึงภาษาในฐานะพาหะของมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

                2. ศิลปะการแสดง

                3. แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล

                4. ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล

                5. งานช่างฝีมือดั้งเดิม

        มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ทั้ง 5 ประเภทนั้น ก็นับเป็นองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ กล่าวคือ องค์ความรู้ทางมุขปาฐะและภาษา องค์ความรู้ทางศิลปะการแสดง องค์ความรู้ทางการปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และเทศกาล องค์ความรู้ทางธรรมชาติและจักรวาล และองค์ความรู้ทางฝีมือช่างแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมที่แสดงออกผ่านบุคคล เครื่องมือ หรือวัตถุสถานต่าง ๆ

        ความรู้ จึงนับได้ว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและนำไปสู่การสร้างสรรค์มรดกวัฒนธรรมอีกมากมายและหลากหลาย อาทิ ความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมไทยประเพณี ที่นับเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ประเภทฝีมือช่าง ก็นำไปสู่การก่อสร้างสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ซึ่งกลายเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้ประเภทอยู่ติดที่ เช่น ศาสนสถาน ราชสถาน หรือเคหสถานบ้านเรือนต่าง ๆ ทั้งยังนำไปสู่การใช้ประโยชน์ร่วมสมัยหรือต่อยอดได้ด้วยโดยการนำไปสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่นอกจากจะใช้องค์ความรู้เดิมแล้ว ยังสามารถนำไปบูรณาการกับความรู้ใหม่เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

        ความรู้จึงเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ควรรักษาและส่งต่อเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยบูรณาการกับยุคสมัยได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การสร้างหรือพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ก็นับว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่จะส่งต่อสู่อนาคตเพื่อเป็นมรดกของมวลมนุษยชาติที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จบ




รายการอ้างอิง

ธนิก เลิศชาญฤทธ์. (2554). การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. จาก https://dictionary.orst.go.th/  

Rodney Harrison. (2013). Heritage Critical Approaches. New York: Basic Book.

UNESCO. (2003). Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage. Paris: UNESCO.


Ask OKMD AI