เพศไม่ใช่ข้อจำกัดในการดูแลลูก ‘ฟินแลนด์’ ออกนโยบายลางานให้ผู้ปกครองใกล้ชิดลูกทุกฝีก้าว

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ฟินแลนด์ได้กลายเป็นประเทศต้นแบบในด้านนโยบายครอบครัวที่เน้นความเท่าเทียมทางเพศและการสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ โดยรัฐบาลฟินแลนด์เชื่อว่า ‘เพศไม่ใช่ข้อจำกัดในการดูแลลูก’ และได้ผลักดันนโยบายที่ช่วยให้พ่อแม่สามารถปรับเวลาการทำงานเพื่อดูแลลูกได้อย่างใกล้ชิด
นโยบายลาเลี้ยงดูบุตรเพื่อความเสมอภาค
ในปี 2021 ฟินแลนด์ได้ปฏิรูปนโยบายลาเลี้ยงดูบุตรครั้งใหญ่ ที่มีชื่อว่า ‘การปฏิรูปการลาของครอบครัว’ (Family Leave Reform) โดยมีจุดเด่นสำคัญดังนี้
- โควตาลางานอย่างเท่าเทียมสำหรับพ่อแม่
พ่อและแม่แต่ละคนมีสิทธิ์ลางานเพื่อดูแลบุตรได้ 160 วันทำงาน (ประมาณ 6.6 เดือน) โดยไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้อีกฝ่าย - วันลาที่สามารถแบ่งปันกันได้
นอกจากโควตาส่วนตัวแล้ว ยังมีวันลา 63 วันที่พ่อแม่สามารถตกลงกันว่าจะใช้อย่างไร ในปี 2023 พบว่า 75% ผู้เป็นแม่ได้รับการโอนวันลาจากอีกฝ่าย และ 70% ของคุณแม่มือใหม่ได้รับโควตาวันลาเกือบทั้งหมดของอีกฝ่ายเช่นกัน - ความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิ์
สามารถใช้วันลาได้จนกว่าเด็กจะอายุครบ 2 ขวบ และสามารถแบ่งช่วงการลาได้อย่างยืดหยุ่น
นักวิจัยจากสถาบันประกันสังคมแห่งฟินแลนด์ (Kela) พบว่า หลังจากการนำนโยบายนี้มาใช้ จำนวนพ่อที่ใช้สิทธิ์ลาเลี้ยงดูบุตรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 45% ในปี 2020 เป็น 75% ในปี 2023 นอกจากการลาเลี้ยงดูบุตรแล้ว รัฐบาลฟินแลนด์ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่ช่วยสนับสนุนพ่อแม่มือใหม่เช่นกัน

1) กล่องต้อนรับเด็กแรกเกิด (Baby Box)
กล่องต้อนรับเด็กแรกเกิดของฟินแลนด์ หรือที่เรียกว่า ‘äitiyspakkaus’ (อ่านว่า ไอ-ตี-อุส-พัค-เคาส์) เป็นนโยบายที่มีมาตั้งแต่ปี 1938 ตัวกล่องทำจากกระดาษแข็งและมีที่นอนพิเศษอยู่ด้านล่าง สามารถใช้เป็นเตียงนอนสำหรับทารกได้ในช่วง 3-4 เดือนแรก ภายในกล่องเป็นชุดอุปกรณ์สำหรับเด็กแรกเกิดที่รัฐบาลมอบให้ทุกครอบครัว มีมูลค่าประมาณ 500 ยูโร (ประมาณ 20,000 บาท) ประกอบด้วยสิ่งจำเป็นสำหรับปีแรกของเด็ก ได้แก่
- เสื้อผ้าทารกจำนวน 50-60 ชิ้น ตั้งแต่ชุดนอน ถุงเท้า หมวก ถุงมือ ชุดกันหนาว
- ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้ารองที่นอน
- อุปกรณ์อาบน้ำและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- ของเล่นพัฒนาการ
- หนังสือสำหรับเด็กและคู่มือการเลี้ยงดูลูก
- แปรงสีฟันขนาดเล็กพิเศษสำหรับเด็กแรกเกิด
พ่อแม่สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินสด 170 ยูโร (ประมาณ 6,800 บาท) หรือว่ากล่องของขวัญเด็กแรกเกิด แต่กว่า 95% เลือกรับกล่องของขวัญจากรัฐบาล ในแต่ละปี รัฐบาลฟินแลนด์แจกกล่องนี้ให้กับครอบครัวประมาณ 60,000 กล่อง และจากการศึกษาพบว่า การมีกล่องนี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของทารกได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนมีนโยบายนี้
2) เงินช่วยเหลือเด็ก (Child Benefit)
รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือรายเดือนให้กับทุกครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี โดยไม่มีเงื่อนไขด้านรายได้อัตราเงินช่วยเหลือในปี 2024 ดังนี้
- ลูกคนที่ 1 - 95 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 3,800 บาท)
- ลูกคนที่ 2 - 105 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 4,200 บาท)
- ลูกคนที่ 3 - 134 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 5,360 บาท)
- ลูกคนที่ 4 - 163 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 6,520 บาท)
- ลูกคนที่ 5 และคนต่อไป - 183 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 7,320 บาท)
สำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวจะได้รับเงินเพิ่มอีก 63 ยูโรต่อเดือนต่อเด็ก 1 คน (ประมาณ 2,520 บาท) เงินช่วยเหลือนี้ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะถูกโอนเข้าบัญชีผู้ปกครองโดยตรงทุกวันที่ 26 ของเดือน จากการศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งฟินแลนด์ (VATT) พบว่า เงินช่วยเหลือดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการลดความยากจนในเด็กลงได้ถึง 40%
3) การดูแลเด็กที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง
เด็กทุกคนในฟินแลนด์มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะได้รับการดูแลในศูนย์ดูแลเด็ก (Päiväkoti) เมื่ออายุ 9 เดือนขึ้นไป โดยศูนย์ดูแลเด็กมีครูที่ได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปด้านการศึกษาปฐมวัย ในอัตราส่วนครู 1 คนต่อเด็ก 4 คน (สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี) และ 1 ต่อ 7 (สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี)
อย่างไรก็ตามการดูแลเด็กจะมีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับรายได้ของครอบครัว ดังนี้
- ครอบครัวรายได้น้อย ฟรี
- ครอบครัวรายได้ปานกลาง 150-250 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 6,000-10,000 บาท)
- ครอบครัวรายได้สูง ไม่เกิน 290 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 11,600 บาท)
ศูนย์ดูแลเด็กมีเวลาเปิดทำการตั้งแต่ 6.30-18.00 น. เพื่อรองรับตารางการทำงานของผู้ปกครอง และบางแห่งมีบริการดูแลเด็กตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ปกครองที่ทำงานกะ มีบริการอาหาร 3 มื้อ (อาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารว่างบ่าย) ที่ปรุงสดใหม่ทุกวันโดยคำนึงถึงโภชนาการสำหรับเด็ก ซึ่งจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยยูวาสกูลา (Jyväskylä University) พบว่า เด็กที่เข้าศูนย์ดูแลเด็กของฟินแลนด์มีพัฒนาการทางภาษาและสังคมดีกว่าเด็กที่ไม่ได้เข้าถึง 35%
4) เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น
กฎหมายอนุญาตให้พ่อแม่ลดเวลาทำงานลงเหลือ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จนถึงเด็กอายุ 8 ขวบ ในช่วงที่ลดเวลาทำงาน พนักงานจะได้รับเงินช่วยเหลือบางส่วนจากรัฐบาลผ่านระบบประกันสังคม ส่วนการลางานเพื่อดูแลลูกที่เกิดป่วยประทันหัน 3-4 วันต่อครั้ง ยังคงได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน สิทธิ์นี้สามารถใช้ได้ถึงเด็กอายุ 10 ขวบ
เมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยเรียนอย่างเต็มตัว พ่อแม่จะได้รับวันลาพิเศษเมื่อเด็กเริ่มเข้าโรงเรียน โดยสามารถลางานได้ 1-3 วันเพื่อช่วยเด็กปรับตัวในช่วงแรกของการเข้าโรงเรียน ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันสุขภาพและสวัสดิการแห่งฟินแลนด์ (THL) พบว่า การมีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นช่วยลดความเครียดในครอบครัวลง 42% และเพิ่มความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก 37%
5) ระบบสาธารณสุขสำหรับครอบครัวและเด็ก
ฟินแลนด์มีระบบการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับครอบครัวที่มีชื่อว่า ‘Neuvola’ ซึ่งเป็นคลินิกให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพสำหรับครอบครัว บริการครอบคลุมตั้งแต่
- การดูแลก่อนคลอด ตรวจสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ 10-15 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์
- การเยี่ยมบ้านหลังคลอด พยาบาลจะไปเยี่ยมบ้านหลังคลอดอย่างน้อย 1-2 ครั้ง
- การติดตามพัฒนาการเด็ก เด็กจะได้รับการตรวจสุขภาพและพัฒนาการทั้งหมด 15 ครั้งในช่วง 6 ปีแรก
- การให้คำปรึกษาด้านการเลี้ยงดูบุตร ทั้งด้านโภชนาการ พัฒนาการ และการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
ระบบนี้ให้บริการฟรีสำหรับทุกครอบครัว โดยไม่คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะการตรวจคนเข้าเมือง ครอบคลุมการฉีดวัคซีนตามกำหนดฟรีทั้งหมด ซึ่งมีอัตราการรับวัคซีนสูงถึง 95% ในเด็กฟินแลนด์ จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ระบบ Neuvola ของฟินแลนด์มีส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตของทารกในฟินแลนด์ต่ำที่สุดในโลก คิดเป็น 1.9 ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ และนโยบายดังกล่าวยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวประมาณ 2,000-4,000 ยูโรต่อปี (80,000-160,000 บาท) เมื่อเทียบกับประเทศที่ต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหล่านี้เอง
ไม่ใช่แค่เท่าเทียมแต่ยังช่วยสร้างความผูกพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว
นโยบายครอบครัวของฟินแลนด์แสดงให้เห็นว่า การสนับสนุนให้ทั้งพ่อและแม่มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูบุตรอย่างเท่าเทียมกันนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดช่องว่างระหว่างเพศ แต่ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการของเด็ก สุขภาพจิตของผู้ปกครอง และเสถียรภาพของครอบครัวอีกด้วย
ศาสตราจารย์แอนนา รอตคีร์ช (Anna Rotkirch) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรแห่งฟินแลนด์กล่าวว่า “การเลี้ยงดูบุตรไม่ใช่หน้าที่ของเพศใดเพศหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน การที่รัฐสนับสนุนให้ทั้งพ่อและแม่มีเวลาอยู่กับลูกอย่างเพียงพอ ช่วยวางรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต”
ฟินแลนด์ยังคงพัฒนานโยบายครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีแผนที่จะขยายระยะเวลาลาเลี้ยงดูบุตรให้ครอบคลุมถึงเด็กอายุ 3 ขวบ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานนอกเวลาและการทำงานจากที่บ้านสำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรในวัยเรียน
ความสำเร็จของฟินแลนด์ในการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตครอบครัวเป็นแบบอย่างที่หลายประเทศกำลังให้ความสนใจและนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับครอบครัวและความยั่งยืนของประชากรในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง :
- 10 Benefits of Raising Kids in Finland That Every Parent Should Know. finlandforkids.com/benefits-of-raising-kids-in-finland/
- A closer look at Finland’s new flexible parental leave. www.benefitscanada.com/archives_/benefits-canada-archive/a-closer-look-at-finlands-new-flexible-parental-leave/
- It’s ‘almost free’ to have a baby in Finland—and feels like ‘the whole country is providing for a child’ www.cnbc.com/2020/02/21/why-finland-is-the-best-place-to-give-birth-childbirth-costs-compared.html
- Parental benefits in Finland. www.norden.org/en/info-norden/parental-benefits-finland
- Support during pregnancy. www.infofinland.fi/en/family/financial-support-for-families/support-during-pregnancy#heading-d0efe4b4-110b-4f10-8836-1e228ba874cf
- Why Finnish babies sleep in cardboard boxes. www.bbc.com/news/magazine-22751415