ชวนสำรวจ 5 ประเทศที่มุ่งมั่นพัฒนาทุนมนุษย์ จนมีกฎหมายแรงงานดีที่สุดในโลก

ในโลกที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรง หลายประเทศพบว่า ‘ทุนมนุษย์’ คือกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานมักมีกฎหมายแรงงานที่ก้าวหน้าและคุ้มครองสิทธิของผู้ทำงานอย่างครอบคลุม จากการจัดอันดับของ Pacific Prime เรื่อง Top 10 Countries with the Best Labor Laws for Expats ในปี 2024 ได้เผยให้เห็นว่า 5 ประเทศในกลุ่มนอร์ดิกและยุโรปตะวันตกครองแชมป์ด้านกฎหมายแรงงานที่ดีที่สุดในโลก และนี่คือตัวอย่างประเทศที่มีกฎหมายแรงงานแข็งแกร่งจนทำให้แรงงานของพวกเขาแข็งแกร่งอย่างหาที่ไหนเปรียบได้ยาก
1) สวีเดน ต้นแบบสมดุลชีวิตและการทำงาน
สวีเดนเป็นประเทศที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในเรื่องกฎหมายแรงงานที่เป็นมิตรต่อพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
จุดเด่นของกฎหมายแรงงานสวีเดน
- วันลาพักร้อนจำนวนมาก กฎหมายสวีเดนกำหนดให้พนักงานได้รับวันลาพักร้อนอย่างน้อย 25 วันต่อปี ซึ่งมากกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ที่ 20 วัน
- นโยบายลาเลี้ยงดูบุตรอย่างเท่าเทียมระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรรวมกันถึง 480 วัน โดยได้รับค่าตอบแทน 80% ของเงินเดือน
- ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น ชั่วโมงการทำงานโดยปกติไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีนโยบายการทำงานยืดหยุ่นที่แพร่หลาย
- การคุ้มครองการจ้างงาน มีกฎหมายคุ้มครองพนักงานจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และกำหนดระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าที่ยาวนาน
ข้อมูลจาก OECD Better Life Index แสดงให้เห็นว่า 82% ของชาวสวีเดนรายงานว่ามีความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่ดี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ 66% นอกจากนี้ อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของสวีเดนสูงถึง 82.6% ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราสูงสุดในยุโรป
งานวิจัยจาก Stockholm School of Economics พบว่า นโยบายลาเลี้ยงดูบุตรของสวีเดนส่งผลให้อัตราการกลับเข้าทำงานของมารดาสูงถึง 96% ภายในสองปีหลังจากคลอดบุตร และยังช่วยลดความแตกต่างทางรายได้ระหว่างเพศได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับประเทศที่มีนโยบายน้อยกว่า
2) เยอรมนี ความมั่นคงในการทำงานและระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
เยอรมนีมีชื่อเสียงในเรื่องเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอุตสาหกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระบบแรงงานสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง
จุดเด่นของกฎหมายแรงงานเยอรมนี
- ระบบกำหนดร่วม (Mitbestimmung) พนักงานมีสิทธิ์มีตัวแทนในคณะกรรมการบริษัท ทำให้แรงงานมีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจที่สำคัญ
- การคุ้มครองการเลิกจ้าง กฎหมาย Kündigungsschutzgesetz กำหนดให้นายจ้างต้องมีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายในการเลิกจ้างพนักงาน
- การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ ระบบ Dual Vocational Training ที่มีชื่อเสียงของเยอรมนีเชื่อมโยงการศึกษากับการฝึกงาน ทำให้แรงงานเยอรมันมีทักษะสูง
- สัญญาร่วม ประมาณ 80% ของแรงงานเยอรมันได้รับการคุ้มครองภายใต้ข้อตกลงการเจรจาต่อรองร่วม ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการทำงานและค่าจ้างขั้นต่ำ
ข้อมูลจาก Federal Statistical Office ของเยอรมนีแสดงให้เห็นว่า อัตราการว่างงานของเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 3.1% ในปี 2023 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 6.5%
การศึกษาโดย Hans-Böckler-Foundation พบว่า บริษัทที่มีระบบกำหนดร่วมมีผลิตภาพสูงกว่าบริษัทที่ไม่มีระบบนี้ถึง 21.1% และมีอัตราการลาออกของพนักงานต่ำกว่า 30% นอกจากนี้ รายงานจาก World Economic Forum ระบุว่าระบบการฝึกอาชีพของเยอรมนีช่วยให้อัตราการว่างงานของเยาวชนอยู่ที่ 5.8% เทียบกับค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 16.8%
3) เนเธอร์แลนด์ ความยืดหยุ่นและนวัตกรรมในการทำงาน
เนเธอร์แลนด์เป็นผู้นำในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่นและเป็นนวัตกรรม โดยมีกฎหมายที่สนับสนุนรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย
จุดเด่นของกฎหมายแรงงานเนเธอร์แลนด์
- สิทธิในการขอทำงานแบบยืดหยุ่น กฎหมาย Flexible Working Hours Act ให้สิทธิพนักงานในการขอปรับเปลี่ยนชั่วโมงทำงาน สถานที่ทำงาน หรือตารางการทำงาน
- การคุ้มครองนอกเวลางาน นายจ้างไม่สามารถบังคับให้พนักงานตอบอีเมลหรือโทรศัพท์นอกเวลาทำงาน
- การจ้างงานที่ยืดหยุ่น มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับงานพาร์ตไทม์ สัญญากำหนดระยะเวลา และการจ้างงานชั่วคราว ทำให้ตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นแต่ยังคงมีความมั่นคง
- วันลาและเวลาพักร้อนยาวนาน กฎหมายกำหนดวันลาพักร้อนขั้นต่ำ 20 วันต่อปี แต่โดยเฉลี่ยแล้วแรงงานเนเธอร์แลนด์ได้รับ 25-30 วัน
ข้อมูลจาก Eurofound แสดงให้เห็นว่า 38% ของแรงงานเนเธอร์แลนด์ทำงานพาร์ตไทม์ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดในสหภาพยุโรป โดยการทำงานพาร์ตไทม์ไม่ได้บ่งบอกถึงการขาดโอกาสในการทำงานเต็มเวลา แต่เป็นทางเลือกเพื่อความสมดุลในชีวิต
การศึกษาโดย Netherlands Institute for Social Research พบว่า 89% ของแรงงานเนเธอร์แลนด์รายงานว่ามีความพึงพอใจในงาน และประเทศนี้มีผลิตภาพแรงงานต่อชั่วโมงสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ตามข้อมูลจาก OECD การทำงานแบบยืดหยุ่นยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตลาดแรงงานถึง 76.4% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 67.4%
4) ฟินแลนด์ นวัตกรรมการทำงานและสวัสดิการที่ครอบคลุม
ฟินแลนด์ขึ้นชื่อเรื่องระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยมและคุณภาพชีวิตที่สูง ซึ่งสะท้อนถึงกฎหมายแรงงานที่มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
จุดเด่นของกฎหมายแรงงานฟินแลนด์
- ความปลอดภัยในการทำงาน ฟินแลนด์มีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานที่เข้มงวด และนายจ้างต้องจัดให้มีบริการดูแลสุขภาพของพนักงานทุกระดับอย่างเข้มงวดในที่ทำงาน
- การศึกษาและการพัฒนาทักษะตลอดชีวิต พนักงานมีสิทธิ์ลาเพื่อการศึกษาและฝึกอบรม โดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ
- ค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานที่เป็นธรรม แม้จะไม่มีค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมาย แต่ข้อตกลงการเจรจาต่อรองร่วมครอบคลุมแรงงานกว่า 90% ซึ่งกำหนดค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานที่เป็นธรรม
- ประเทศแรกเริ่มในการทดลองทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ฟินแลนด์เป็นผู้นำในการทดลองรูปแบบการทำงานนวัตกรรม เช่น สัปดาห์ทำงาน 4 วัน และเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น
ฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกต่อเนื่องกันหลายปีตาม World Happiness Report ซึ่งพิจารณาปัจจัยต่างๆ รวมถึงสภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกัน การศึกษาโดย Finnish Institute of Occupational Health พบว่า 87% ของแรงงานฟินแลนด์รายงานว่ามีสุขภาพดีหรือดีมาก และอัตราการเกิดอุบัติเหตุในที่ทำงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปถึง 30%
การทดลองสัปดาห์ทำงาน 4 วันในบริษัทต่างๆ ของฟินแลนด์แสดงให้เห็นว่า ผลิตภาพเพิ่มขึ้น 10-20% และความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น 45% ตามรายงานจาก Helsinki University of Technology
5) เดนมาร์ก ตลาดแรงงานที่ปรับตัวได้ (Flexicurity)
เดนมาร์กมีชื่อเสียงในเรื่องแนวคิด ‘Flexicurity’ ซึ่งผสมผสานความยืดหยุ่นในตลาดแรงงานกับความมั่นคงทางสังคมที่สูง
จุดเด่นของกฎหมายแรงงานเดนมาร์ก
- โมเดล Flexicurity นายจ้างสามารถจ้างและเลิกจ้างได้ค่อนข้างง่ายก็จริง แต่รัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขามอบเงินช่วยเหลือการว่างงานที่เอื้อเฟื้อและโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อช่วยให้คนงานหางานใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
- มาตรฐานการทำงานอย่างเข้มข้น โดยมีการกำหนดสัปดาห์ทำงานมาตรฐาน 37 ชั่วโมง และกฎหมายกำหนดวันลาพักร้อนอย่างน้อย 5 สัปดาห์ต่อปี
- สิทธิประโยชน์เพื่อพ่อแม่มือใหม่ นโยบายลาเลี้ยงดูบุตรที่เหมาะสม รวมถึงการลาคลอด/ลาบิดาที่ได้รับค่าตอบแทนอย่างดี
- การเจรจาต่อรองร่วม ประมาณ 80% ของแรงงานเดนมาร์กได้รับการคุ้มครองภายใต้ข้อตกลงการเจรจาต่อรองร่วม
ข้อมูลจาก Danish Ministry of Employment แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงงานบ่อยครั้ง แต่แรงงานเดนมาร์กโดยเฉลี่ยใช้เวลาว่างงานเพียง 3 เดือนเท่านั้น และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานสูงถึง 79.5% และจากการศึกษาโดย Aarhus University พบว่าโมเดล Flexicurity ช่วยให้เศรษฐกิจเดนมาร์กปรับตัวได้ดีขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ โดยอัตราการว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 1.3% เทียบกับค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 2.8%
ข้อมูลจาก Eurostat แสดงให้เห็นว่าเดนมาร์กมีช่องว่างด้านรายได้ระหว่างเพศต่ำที่สุดในยุโรปที่ 5.8% เทียบกับค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 14.1% ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายที่สนับสนุนความสมดุลระหว่างงานและครอบครัว

ความสำเร็จ 5 ประการที่มีร่วมกัน จากประเทศที่มีกฎหมายแรงงานดีที่สุดในโลก
จากการศึกษา 5 ประเทศที่มีกฎหมายแรงงานดีที่สุดในโลก พบว่ามีหลายจุดร่วมที่ทำให้นโยบายแรงงานประสบความสำเร็จ
- การลงทุนในทุนมนุษย์ ทั้ง 5 ประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและการศึกษาตลอดชีวิต
- การสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน นโยบายวันลาที่เอื้อเฟื้อและเวลาทำงานที่สมเหตุสมผล
- ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล นายจ้าง และสหภาพแรงงาน การเจรจาต่อรองร่วมที่แข็งแกร่งนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย
- ความยืดหยุ่นพร้อมความมั่นคง การสร้างสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นในตลาดแรงงานกับการคุ้มครองทางสังคม
- นวัตกรรมในรูปแบบการทำงาน การเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ เช่น สัปดาห์ทำงาน 4 วัน หรือการทำงานทางไกล
เมื่อแรงงานเข้มแข็ง ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ
การศึกษาโดย International Labour Organization (ILO) ยืนยันว่าประเทศที่มีกฎหมายแรงงานที่เข้มแข็งและเป็นธรรมมีแนวโน้มที่จะมีผลิตภาพแรงงานสูงกว่า ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ต่ำกว่า และความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า
นโยบายที่มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงานไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อองค์กรและเศรษฐกิจโดยรวม การลงทุนในทุนมนุษย์จึงเป็นกลยุทธ์ที่ชนะทุกฝ่าย ซึ่งประเทศอื่นๆ สามารถเรียนรู้และปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้
ข้อมูลอ้างอิง :
- 7 Golden Benefits of Working in Sweden. getgis.org/blog/benefits-of-working-in-sweden
- Five countries with the best work-life balance. www.bbc.com/travel/article/20240307-five-countries-with-the-best-work-life-balance
- OECD Employment Outlook 2024. www.oecd.org/en/publications/oecd-employment-outlook-2024_ac8b3538-en.html
- Top 10 Countries with the Best Labor Laws for Expats in 2024. www.pacificprime.com/blog/top-10-countries-with-the-best-labor-laws-for-expats-in-2024.html
- Welfare and benefits. www.workinfinland.com/en/why-finland/living-in-finland/welfare-and-benefits/
- What Are The Work Benefits In The Netherlands? nnroad.com/blog/work-benefits-in-the-netherlands/
- World Competitiveness Ranking. www.imd.org/centers/wcc/world-competitiveness-center/rankings/world-competitiveness-ranking/rankings/wcr-rankings/#_tab_Rank
- World Employment and Social Outlook: Trends 2024. www.ilo.org/publications/flagship-reports/world-employment-and-social-outlook-trends-2024