Jungle Bay Dominica รีสอร์ตเล็กในป่าใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตคนทั้งชุมชน

ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศโดมินิกา มีรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ไม่ได้แค่ให้บริการนักท่องเที่ยว แต่คือหัวใจของการฟื้นฟูชีวิต เศรษฐกิจ และความหวังของชุมชนชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ และเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาท้องถิ่นสามารถเดินไปพร้อมกันได้
ที่นั่น คือ Jungle Bay Dominica ที่เริ่มต้นจากความฝันของชายที่อยากจะพัฒนาบ้านเกิด โดยไม่ต้องทำลายธรรมชาติหรือทอดทิ้งคนในชุมชน
ขณะที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโลกร้อน ภัยพิบัติ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รีสอร์ตแห่งนี้กลายเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ไม่ได้ทำเพียงแค่มอบประสบการณ์ดีๆ ให้แขกผู้เข้าพัก แต่ยังยกระดับชีวิตของชุมชนรอบข้างอย่างเป็นรูปธรรม
จากสวนกล้วยร้างสู่รีสอร์ตเปลี่ยนชีวิต
หลังจากที่ ‘ซามูเอล แซม ราฟาเอล’ ผู้ริเริ่มแนวคิดการสร้าง Jungle Bay Dominica ไปเข้าร่วมแคมป์อนุรักษ์ธรรมชาติที่หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกาขณะที่คนอื่นมองป่าเป็นอุปสรรค เขากลับมองว่าธรรมชาติคือทรัพย์สินที่สามารถแบ่งปันกับโลกได้
เมื่อโตขึ้น แซมใช้เวลากว่า 8 ปี ค่อยๆ พัฒนา Jungle Bay Dominica ด้วยแนวคิดที่อยากจะสร้างรีสอร์ตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ สร้างรายได้จากชุมชน และไม่ทำลายป่า
เขาเริ่มจากเลือกพื้นที่ที่เคยเป็นสวนกล้วยซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมกล้วยของโดมินิกาจนสามารถเปิดรับลูกค้าครั้งแรกได้ในปี 2005
รีสอร์ต Jungle Bay Dominica แห่งแรกตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดลิเซส (Delices) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ โดยใช้แรงงานจากคนในท้องถิ่นแทบทั้งหมด ตั้งแต่งานก่อสร้างจนถึงการให้บริการ แขกผู้เข้าพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่ไม่ใช่แค่รีสอร์ต แต่คือประสบการณ์ที่คุณต้องลองมาสักครั้ง
ธุรกิจที่หรูหราได้ โดยไม่ทำร้ายธรรมชาติ
การท่องเที่ยวแบบหรูหราในอดีตมักถูกวิจารณ์ว่าเป็นภาระของระบบนิเวศ แต่ Jungle Bay Dominica แสดงให้เห็นว่าความหรูหราและความยั่งยืนสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยใช้แนวคิดที่เรียกว่า Eco-Luxury หรือความหรูหราที่เคารพต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม
รีสอร์ตแห่งนี้ออกแบบที่พักเป็นวิลล่าริมป่าซึ่งสร้างจากวัสดุธรรมชาติ ให้กลมกลืนกับภูเขา ป่าไม้ และทะเลโดยรอบ พร้อมด้วยบริการสปา โยคะ ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่รบกวนธรรมชาติ อาทิ เดินป่า ดูวาฬ ดำน้ำตื้น ชมน้ำตก ทั้งหมดนี้มุ่งให้แขกสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง โดยไม่ทิ้งรอยเท้าทางนิเวศไว้
‘เราได้นำปรัชญาของหมู่บ้านมาผสานกับรีสอร์ต คือ ทุกคนมีส่วนร่วม ทำงานร่วมกัน และเกื้อหนุนกัน จิตวิญญาณของชุมชนคือหัวใจของนิยามความหรูหราของเราที่เคารพทั้งผู้คนและธรรมชาติ’ แซมเคยให้สัมภาษณ์ไว้
ผ่านไปมากกว่าทศวรรษ Jungle Bay Dominica ได้รับความนิยมต่อเนื่องและได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสูงสุดของโดมินิกา (Nature Island Standards of Excellence - NISE) และเป็นส่วนหนึ่งของ Green Globe 21 ซึ่งเป็นมาตรฐานท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับโลก

เศรษฐกิจที่งอกเงยจากรากของชุมชน
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ Jungle Bay Dominica คือการปลุกเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบ โดยเฉพาะหลังจากที่พายุ Erika และ Maria ทำลายพื้นที่อย่างหนักในปี 2015 ผ่านไป 2 ปี รีสอร์ตแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่กลับมาเปิดให้บริการอย่างรวดเร็วและยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรและชาวประมงของคนในชุมชน ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นเพื่อฝึกอบรมชาวบ้านให้เป็นไกด์ท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน
ปัจจุบัน Jungle Bay Dominica ย้ายไปตั้งอยู่ในเมืองซูเฟรร์ (Soufrière) ซึ่งอยู่ตอนใต้ของเกาะโดมินิกัน มีคนในท้องถิ่นถูกจ้างเป็นพนักงานรีสอร์ตมากกว่า 60 คน รวมถึงมี Jungle Bay Community Fund เพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา และเศรษฐกิจ โดยเน้นโครงการพัฒนาเด็กเล็ก ช่วยเหลือผู้พิการ และกองทุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น
ในวันที่ธุรกิจมากมายตั้งเข็มทิศไว้ที่กำไร Jungle Bay Dominica กลับเลือกที่จะให้ผู้คนและธรรมชาติเป็นศูนย์กลางของการเติบโตของธุรกิจ ความสำเร็จของรีสอร์ตเล็กๆ แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ยอดจองห้องพัก หากแต่เป็นการเปลี่ยนชีวิต วัดได้ทั้งจากตัวเลขที่เติบโต และแววตาที่เปล่งประกายของผู้คนในชุมชน
#JungleBayDominica #รีสอร์ตเชิงนิเวศ #ท่องเที่ยวยั่งยืน #EcoLuxury #ชุมชนท้องถิ่น #การพัฒนาอย่างยั่งยืน #ซามูเอลแซมราฟาเอล #เศรษฐกิจสีเขียว #การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ #ห่วงโซ่คุณค่า #เศรษฐกิจฐานราก #okmd #KnowledgePortal #InspireYourself #ValueChain #ecoresort #sustainabletourism #EcoLuxury #communitydevelopment #greenbusiness #localempowerment #ecotourism #resilience
ข้อมูลอ้างอิง :
- Christie, I., Fernandes, E., Messerli, H., & Twining-Ward, L. (2014). Tourism in Africa: Harnessing tourism for growth and improved livelihoods. World Bank. https://doi.org/10.1596/978-1-4648-0190-7
- traversejourneys.com/blog/meet-our-partner-jungle-bay-community-fund-dominica#:~:text=Southeast%20Entrepreneur%20Loan%20Fund%20
- www.caribbean.com/cgi-bin/cms/page.cgi?g=Detailed%2F349.html
- www.cntraveler.com/stories/2007-11-19/the-jungle-bay-story
- www.junglebaydominica.com/
- www.junglebaydominica.com/sustainability-efforts
- www.youtube.com/watch?v=it6iOiFgi4U&t=1s