NATIONAL LIBRARY

NAKHON PHANOM
NATIONAL LIBRARY
ณ อาคารสีเหลืองไข่สไตล์โคโลเนียล
ตามหาจดหมายเหตุและสมุดใบข่อยโบราณ ที่หาชมได้ยากยิ่งพร้อมเติมพลังให้คลังสมองด้วยหนังสือหลากหลายองค์ความรู้ ณ อาคาร 3 ชั้นสไตล์โคโลเนียลสีเหลืองไข่ไก่นวลตา ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น สง่างาม และมีเอกลักษณ์ สถานที่แห่งนี้ก็คือ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ิ์ พระบรมราชินีนาถนครพนม ที่มีรูปแบบการก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล หรือสไตล์ตะวันตก ผสมผสานความเป็นศิลปะแบบท้องถิ่นเวียดนามและนครพนม ที่ได้รับอิทธิพลมาจากยุคล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสนั่นเอง เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นอาคารศาลากลางจังหวัดนครพนม โดยได้รับแบบแปลนมาจากศาลากลางจังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 หรือราวปี พ.ศ. 2458 ในสมัย พระวิจิตรคุณสาร ซึ่งต่อมาเป็น พระยาพนมนครานุรักษ์ หรือ อุ้ย นครทรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมคนแรก ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โดยอาคารหลังนี้ ควบคุมการก่อสร้างโดยช่างฝีมือชาวเวียดนามที่ชื่อ นายก่าย ตัวอาคารมีลักษณะ 3 ชั้น ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 36 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมด 2,504 ตารางเมตร สร้างด้วยอิฐฉาบปูน และก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น โดดเด่นด้วยหอคอยสูงขนาบทั้งสองข้างของตัวอาคาร ส่วนพื้นและบันไดเป็นงานไม้ ชั้นล่างด้านหน้าใช้ซุ้มโค้งต่อเนื่องกัน 3 ซุ้มต่อ 1 ช่วงเสา และมีการใช้เสาแบนซ้อนชั้น แบ่งช่วงเสาออกได้ 3 ช่วงเสา อาคารเดิมทาด้วยสีเหลือง แต่ต่อมาในปี พ.ศ.2534 ได้ทาสีขาวใหม่ทั้งหลัง ก่อนที่จะกลับมาเปลี่ยนสีอาคารเป็นสีเหลืองไข่ไก่ตามแบบอาคารที่เห็นในปัจจุบันอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2540

หากใครได้ยืนอยู่ตรงหน้าหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้ ความสวยงามและเข้มขลังดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมยุคเก่าที่ยังเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ก็เหมือนกำลังเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีต เฉกเช่นกับอีกหลาย ๆ สถานที่ในนครพนม ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานตะวันตกและตกวันออก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นอาคาร สถานที่ และบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2533 สมัยที่ พลเอกมานะ รัตนโกเศศ ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมในการจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติสาขาขึ้นที่จังหวัดนครพนม

เพื่อหวังให้เป็น ศูนย์รวมแห่งการเรียนรู้ของผู้คน ในการศึกษาค้นคว้าองค์ความรู้ที่หลากหลายมิติแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในจังหวัดนครพนม รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง และอีกวัตถุประสงค์ที่สำคัญก็คือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ (12 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2535) และต่อมาได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ิ์ พระบรมราชินีนาถนครพนม โดย พลเอกมานะ รัตนโกเศศ ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารศาลากลางจังหวัดนครพนมหลังเก่าแห่งนี้ เพื่อใช้เป็นอาคารหอสมุดแห่งชาติฯ และเปิดให้บริการเมื่อ ปี พ.ศ.2537 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ภายใน หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ิ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม จะเก็บรวบรวมหนังสือและจดหมายเหตุต่าง ๆ รวมถึงตำราเรียนเก่าแก่ และสมุดใบข่อยโบราณที่หาชมยาก เพื่อให้เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป นักท่องเที่ยว นักเดินทางจากต่างถิ่นที่สนใจได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาเรียนรู้ ซึ่งนอกจากโซนที่เป็นห้องหนังสือต่าง ๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ หนังสือภาษาต่างประเทศ หนังสือภาษาโบราณ หนังสือตัวเขียน จารึก คัมภีร์ใบลาน หนังสือหายากที่ผลิตขึ้นในเฉพาะภูมิภาค โสตทัศนวัสดุแล้ว ยังมีโซนสำหรับการสืบค้นข้อมูลที่ทันสมัยจากอินเตอร์เน็ตมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้บริการฟรีอีกด้วยและยังเป็นศูนย์รวบรวม อนุรักษ์ รักษาและเผยแพร่ทรัพย์สินทางปัญญาของท้องถิ่นนครพนม และเป็นแหล่งศึกษา อบรมวิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์ ซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาในการจัดห้องสมุดในท้องถิ่นและสถานศึกษาต่างๆ อีกด้วยนับเป็นมรดกทางปัญญาของชาวนครพนมและของประเทศชาติอย่างแท้จริง และในปี พ.ศ. 2540 อาคารหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม ให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2540 และถ้าจะยกให้เป็นคลังมรดกทางปัญญาที่ทรงคุณค่าระดับประวัตศาสตร์โลกก็คงไม่ผิดนัก

ไม่แน่ว่า การเอ่ยปากชวนตัวเองให้ลองออกมาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ยังอาคารประวัติศาสตร์ของเมืองนครพนมแห่งนี้ อาจเปรียบเสมือนเรากำลังบันทึกประวัติศาสตร์ชีวิตและความทรงจำของตัวเองลงบน สมุดใบข่อยแห่งกาลเวลาเล่มเฉพาะกิจ อยู่ก็เป็นได้