นครพนม

Maekong Underwater World.

14 พฤศจิกายน 2024
|
232 อ่านข่าวนี้
|
0






Maekong Underwater World.

ใต้แม่น้ำสายอันกว้างใหญ่ที่ชื่อ แม่น้ำโขง เป็นโลกของสัตว์น้ำจืดน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่รวมกันจำนวนมาก หลากชนิด หลากสายพันธุ์ และนครพนมก็เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง โดยมีความยาวตามแนวฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 174 กิโลเมตร ส่วนระยะทางแนวกว้างที่วัดจากลานพญาศรีสัตตนาคราชฝั่งนครพนม ถึงพระธาตุศรีโคดตะบอง ฝั่งแขวงคำม่วน หรือเมืองท่าแขก สปป.ลาว ประมาณ 6 กิโลเมตร แต่หากวัดแบบตั้งฉากจะอยู่ที่ประมาณ 1.1 กิโลเมตร และเป็นที่รู้กันดีว่า ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงนั้นไหลมาจากเทือกเขาทิเบต ผ่านประเทศจีน พม่า ลาว และมาที่ประเทศไทย และ โลกของแม่น้ำโขง นั้นก็เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากหลายมิติที่น่าศึกษาและเรียนรู้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โลกของปลาแม่น้ำโขง

จังหวัดนครพนมได้สร้าง โลกของปลาแม่น้ำโขงไว้ใน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดโลกของปลาแม่น้ำโขง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม หนึ่งในแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาโลกของปลาแม่น้ำโขง ที่สามารถเข้าชมได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ด้วยมีการจำลองความสวยงามของโลกใต้แม่น้ำโขงเอาไว้ให้ได้ชม และนอกจากการมีปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดและหลายสายพันธุ์แล้ว ยังมี ปลาบึก ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เป็นไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์ฯ เพื่อให้เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปในจังหวัดนครพนม และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังนครพนมและอยากเรียนรู้โลกของปลาแม่น้ำโขง ได้ศึกษา เพื่อร่วมอนุรักษ์และดูแลแม่น้ำโขงร่วมกันอีกด้วย

ถ้าย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดโลกของปลาแม่น้ำโขง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม แห่งนี้ เกิดขึ้นจากจินตนาการของ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตนายอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมที่ได้ไปเดินทางไปศึกษาดูงาน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ในประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี พ.ศ. 2539 และได้เกิดความประทับใจในความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเล และนอกจากนั้น พิพิธภัณฑ์ฯ ดังกล่าว ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศอีกเป็นจำนวนมาก จากการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ จึงเป็นที่มาของการเห็นจุดเด่นในจังหวัดนครพนมที่มีทั้งแม่น้ำโขงและปลาบึก ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ด้วย จึงผลักดันจนสามารถสร้างให้เกิดพิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ขึ้นได้จริงในปี พ.ศ. 2545 โดยได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้เข้าชมในปี พ.ศ. 2547 และได้พัฒนามาตามลำดับ ซึ่งต่อมาได้เกิดความร่วมมือระหว่าง กศน., กระทรวงศึกษาธิการ และเทศบาลเมืองนครพนม ทำข้อตกลงโอนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดหนองญาติให้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม จึงเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ในภาคอีสาน ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC : ASEAN Economic Community) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

      พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด โลกของปลาแม่น้ำโขง (Maekong Underwater World) เป็นสถานที่จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสายอื่น ๆ ในจังหวัดนครพนม ทั้งแม่น้ำสงคราม และลำน้ำก่ำ ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาสายสำคัญของจังหวัดนครพนม ที่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มากมายหลายชนิด โดยมีอุโมงค์ทางเดินลอดใต้ตู้ปลา และมีตู้ปลาขนาดต่าง ๆ จัดแสดงให้ชม และมีห้องฉายวีดิทัศน์ขนาด 50 ที่นั่ง นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำทั้งชนิดที่เป็นสายพันธุ์ที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว โดยจากข้อมูลของ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดโลกของปลาแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม ให้ข้อมลไว้ในเว็บไซต์ว่า ชนิดปลาที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ของปลาแม่น้ำโขงมีหลายชนิดด้วยกัน โดยมี ปลายี่สกไทย, ปลาหว้าหน้านอ, ปลาตูหนา หรือ ปลาพญานาค, ปลาตองลาย, ปลากะโห้, ปลาฝา หรือ ปลาไล, ปลาเทพ ฉลามแห่งลุ่มน้ำโขง, ปลาเทโพ, ปลาบึก, ปลากาดำ หรือ เพี้ย หรือ อีตู่ หรือ อีก่ำ, ปลาสะตือ, ปลาฉลาด, ปลาตะโกก, ปลาเวียน, ปลาทราย, ปลาเสือตอลายใหญ่, ปลาชะโอน, ปลาเค้าดำ และปลาสะนากปากบิด เป็นต้น โดยจากข้อมูลจากเว็บไซต์ไซต์แหล่งงข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น กรุงเทพธุรกิจ ได้กล่าวไว้ว่า แม่โขงวิฤกต ปลาบึก และ ปลากระเบนน้ำจืด ใกล้สูญพันธุ์เพราะการสร้างเขื่อน

ซึ่งจากข้อมูลของ WWF พบว่า ประมาณ 19% ของปลาในแม่น้ำโขงจำนวนกว่า 1,148 สายพันธุ์ กำลังใกล้สูญพันธุ์ และมีแนวโน้มว่าตัวเลขจริงอาจจะสูงกว่านี้ และมีถึง 18 สายพันธุ์ที่กำลังอยู่ในสถานะ “กลุ่มเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์” ซึ่งรวมถึง “ปลาบึก” และ “ปลากระเบนแม่น้ำโขงยักษ์” ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นมหันตภัยที่ร้ายแรงและใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตในลุ่มแม่น้ำโขง ถ้าจะธิบายให้ลึกลงไปกว่านี้ เพราะการสร้างเขื่อนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการไหลของแม่น้ำ น้ำถูกทำลาย และขัดขวางการอพยพของปลา ปริมาณปลาในแม่น้ำโขงในช่วงระหว่างปี 2546 - 2562 ลดลงไปถึง 88% เทียบได้กับจำนวน 15% ของปริมาณปลาที่จับได้ทั้งโลก ซึ่งถ้าไม่แก้ไขและร่วมกันอนุรักษ์ แน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาง โดยเฉพาะผู้คนในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดฯ จึงมีหน้าที่สำคัญในการเป็นเรียนรู้และแหล่งรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ นอกจากนี้ ภายในตัวอาคารยังมีส่วนแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับปลาแม่น้ำโขง, ห้องโสตทัศนศึกษาสำหรับฉายวีดีทัศน์ และร้านจำหน่ายขายของที่ระลึกอีกด้วย
      โดยในโซนนิทรรศการ (Exhibition) ก็เป็นโซนที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้ที่หลากหลายของปลาแม่น้ำโขง โดยมี นิทรรศการภายในอาคาร (indoor) อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวมปลาน้ำจืดของแม่น้ำโขง, แม่น้ำสงคราม และแม่น้ำก่ำจำนวนกว่า 96 ชนิด ทั้งที่หายาก และใกล้สูญพันธุ์ โดยจุดเด่นอยู่ที่ "อุโมงค์ปลา" สามารถชมความเคลื่อนไหวของปลาได้ และ อาคารเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี ที่แบ่งเป็น 

ชั้นที่ 1 ห้องโถงด้านหน้าพระบรมฉายาสาทิลักษณ์ภาพวาดสีน้ำมันของทั้ง ๙ รัชกาล พร้อมพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของแต่ละรัชกาล และห้องโถงด้านหน้า (ฝั่งขวา) จัดแสดงลำดับราชสกุลวงศ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนห้องโถงด้านหน้า (ฝั่งซ้าย) ประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทยในพระราชพิธี, บรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์, ราชวงศ์จักรีกับพระราชนิพนธ์ในแต่ละรัชกาล
      ส่วนชั้นที่ 2 จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดนครพนม ทั้งนิทรรศการวิถีชีวิต 7 ชนเผ่า และ 2 เชื้อชาติของจังหวัดนครพนม, ห้องพระธาตุประจำวันเกิด, ห้องสถานที่ท่องเที่ยว, ห้องฉายวีดีทัศน์ ซึ่งฉายเกี่ยวกับภาพยนต์ประวัติศาสตร์ส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ.2505 ครั้งที่ สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประทับแรม ณ ริมอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ซึ่งเป็นที่มาของการก่อสร้าง หอเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี                                  ส่วนนิทรรศการนอกอาคาร (Outdoor) ก็เป็นอีกหนึ่งจุดของการเรียนรู้ โดยมีฐานท้าปั่นนาวาล่าขุมทรัพย์วิทย์, ฐานเศรษฐกิจพอเพียง 1 ไร่ 1 แสน, ฐานตามรอยพระยุคลบาท (ฝนหลวง) และฐานภาวะโลกร้อน โลกสวยด้วยมือเรานอกจากจะเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สนุกแล้ว ยังเพื่อการได้นึกถึงและสังวรณ์ถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวและสายน้ำที่เปรียบดั่งสายเลือดชีวิตที่อยู่ในบ้านเกิดของตนเองอีกด้วย และยังส่งเสริมให้คนนครพนมรวมถึงทุกคนที่มาเยือน ได้เห็นคุณค่าในมรดกอันล้ำค่าแห่งทรัพยากรที่มี เพื่อการอนุรักษ์อย่างเข้าใจ และเชื่อมโยงการอยู่ร่วมกันได้อย่างพึ่งพาอาศัยในวิถีของทั้งผู้คนและสายน้ำ ทั้งวิถีเก่าและวิถีใหม่สืบต่อไป

URL อ้างอิง: (https://www.nkpsci.ac.th/2020/03/16/พิพิธภัณฑ์สัตว์น้/) (https://www.bangkokbiznews.com/environment/1116596)
0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI