ผู้ประกอบการและ วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมยุคใหม่

PEER-TO-PEER LENDING กู้ยืมลงทุนโดยไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน

31 มกราคม 2025
|
622 อ่านข่าวนี้
|
0


นวัตกรรมการเงินพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินที่ไม่ต้องทำผ่านสถาบันทางการเงินอย่าง Peer-to-Peer Lending (P2P Lending) ทางเลือกของนักลงทุนยุคใหม่ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะไม่เช็กเครติดบูโร ไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน แต่ก็ต้องระวังการถูกหลอกลวงและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนใช้บริการ

"การกู้ยืมเงินแบบ Peer-to-Peer Lending กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้ตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดอาจพุ่งสูงถึง 1,709.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2034"

Peer-to-Peer Lending คืออะไร 

Peer-to-Peer Lending (P2P Lending) คือ สินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล ไม่มีสถาบันการเงินเป็นตัวกลาง เป็นรูปแบบการกู้เงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ให้กู้และผู้กู้ โดยมีเงื่อนไขและข้อกำหนดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด เหมาะกับผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ยากต่อการกู้เงินธนาคาร ทั้งนี้นักลงทุนที่เป็นผู้ให้กู้ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับชำระหนี้หรือดอกเบี้ยตามสัญญา

"ส่วนใหญ่การกู้ยืมแบบ Peer-to-Peer Lending จะมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาของเงินกู้ และต้องชำระเงินเป็นงวดเท่า ๆ กันตามตารางเวลาที่กำหนด ผู้ที่มีเครดิตต่ำและผู้ที่ล้มละลายจะไม่สามารถกู้ได้"

ข้อดีของ Peer-to-Peer Lending

  • เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและรวดเร็วทางออนไลน์
  • ใช้งานสะดวกทั้งการสมัคร ยืนยันตัวตน การอนุมัติ เซ็นสัญญากู้เงิน
  • ไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน ไม่เช็กเครดิตบูโร
  • ผู้ให้กู้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นในความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสถาบันการเงิน 

ความเสี่ยงของ Peer-to-Peer Lending

  • ข้อมูลระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้อาจไม่มากพอ เสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง
  • แพลตฟอร์มกู้ยืมเงินออนไลน์อาจทำให้ผู้กู้ก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระได้ง่าย
  • ผู้ให้กู้ไม่สามารถยกเลิกสินเชื่อและผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ก่อนได้ต้องเป็นไปตามสัญญา
  • ไม่มีการคุ้มครองเงินลงทุน เพราะเป็นการให้สินเชื่อไม่ใช่การฝากเงิน
  • แพลตฟอร์มอาจเกิดปัญหาทางเทคนิค ทำให้ผู้ให้กู้เสี่ยงต่อการลงทุนที่ล้มเหลว

"สินเชื่อสำหรับธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Lending มักมีข้อกำหนดที่ผ่อนปรนกว่าสินเชื่อจากธนาคาร ใช้เอกสารประกอบน้อยกว่า แต่มักมีหลักประกันเป็นภาระผูกพันทั่วไปต่อธุรกิจ"

Peer-to-Peer Lending ในประเทศไทย 

บริการ Peer-to-Peer Lending Platform ในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนหรือผู้ที่ต้องการใช้บริการ โดยได้มีการเปิด Regulatory Sandbox แนวทางการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน ซึ่งเปิดให้ผู้ให้บริการทางการเงินทดสอบการให้บริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ในวงจำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงิน ขณะที่มีแนวทางในการดูแลความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ใช้บริการที่เหมาะสมเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจให้บริการ Peer-to-Peer นำไปสู่แพลตฟอร์มที่มีคุณภาพ ปลอดภัยด้านเทคโนโลยี และรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการ ซึ่งหลายบริษัทที่ให้บริการในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงระหว่างทดสอบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนใช้บริการเพื่อลดความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา ปัจจุบันบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัดคือผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง

"การลงทุน Peer-to-Peer Lending ให้ประสบผลสำเร็จ ผู้ให้กู้ต้องกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เลือกแพลตฟอร์มอย่างรอบคอบ และเน้นกลยุทธ์ไปที่ผู้กู้ที่มีเครดิตดี สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาการขาดสภาพคล่องสินเชื่อและความอ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจ"


ข้อมูลอ้างอิง :

  • corporatefinanceinstitute.com/resources/wealth-management/peer-to-peer-lending/
  • thestandard.co/stocklend-by-nestifly-p2p-lending/
  • www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1135184
  • www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/news-and-media/media-gallery/infographic/210219_p2p-lending.pdf
  • www.daingern.com/news/38
  • www.futuremarketinsights.com/reports/peer-to-peer-lending-market
  • www.tcdcmaterial.com/th/article/technology-innovation/33106

  • www.yieldstreet.com/blog/article/peer-to-peer-lending-investing-guide/
0 ความคิดเห็น

Ask OKMD AI