FLEXIBLE MARKET OFFERING ยืดหยุ่นตามความต้องการลูกค้ายุคใหม่

การตลาดแบบยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคลหรือ Flexible Market Offering เป็นข้อเสนอการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความต้องการสินค้าที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และลงลึกในรายละเอียดเพิ่มขึ้น นับเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้รวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดและความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า
Flexible Market Offering คืออะไร
Flexible Market Offering คือ แนวคิดการออกแบบข้อเสนอทางการตลาดที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของตลาดในตอนนั้นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างและหลากหลายได้มากที่สุด
ส่วนประกอบของ Flexible Market Offering
- ส่วนที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Base Offering) ผลิตภัณฑ์และบริการหลักที่ลูกค้าทุกคนเข้าถึงได้ อาทิ ฟังก์ชันพื้นฐาน คุณสมบัติที่เป็นมาตรฐาน บริการหลังการขาย เป็นต้น
- ตัวเลือกเสริมที่เลือกได้ (Optional Add - Ons) ตัวเลือกเพิ่มเติมที่ลูกค้าบางกลุ่มสนใจและยินดีจ่ายเพิ่ม เช่น ฟีเจอร์พิเศษ บริการเพิ่มเติม เป็นต้น
ขั้นตอนการใช้ Flexible Market Offering
- เข้าใจลูกค้าให้มากที่สุด วิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมลูกค้าเพื่อออกแบบตัวเลือกที่ตรงใจ
- ออกแบบโครงสร้างราคาให้เหมาะสม ตั้งราคาสำหรับส่วนพื้นฐานและส่วนที่ปรับได้
- ปรับปรุงประสบการณ์การซื้อ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ลูกค้าปรับแต่งสินค้าหรือบริการได้ง่าย
กำหนดราคาแบบ Flexible Market Offering
- ราคาแบบไดนามิก กำหนดราคาที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาดแบบเรียลไทม์ได้ตลอดเวลา เหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สายการบิน โรงแรม ฯลฯ ที่ความต้องการมีความผันผวนสูง
- ราคาตามตลาด กำหนดราคาตามสภาพตลาด เหมาะกับสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาอาจผันผวนตามอุปสงค์อุปทาน
- ราคาตามการใช้งาน กำหนดราคาตามปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ เหมาะกับสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าและน้ำ ฯลฯ ลูกค้าแต่ละคนมักมีการบริโภคแตกต่างกันอย่างมาก
- ราคาที่ต่อรองได้ กำหนดราคาที่สามารถต่อรองได้ เหมาะกับการทำธุรกรรมระหว่างธุรกิจ ผู้ซื้อและผู้ขายเจรจาต่อรองเรื่องราคาได้
เทคนิค Flexible Market Offering สู่ความสำเร็จ
- รู้ทันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและเหตุการณ์ทั่วโลกเพื่อให้ปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที
- สร้างแคมเปญหลายรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงความต้องการที่หลากหลาย หากแคมเปญไหนไม่ตอบโจทย์หรือใกล้เคียงกับคู่แข่งให้ปรับเปลี่ยนทันที
- ใส่ใจรายละเอียดลูกค้าช่วยสร้างความได้เปรียบ เช่น การให้ของขวัญในโอกาสสำคัญอย่างวันเกิด มอบส่วนลดหรือสิทธิพิเศษผ่านช่องทางที่ลูกค้าคนนั้นใช้ประจำ เป็นต้น
- ตัดสินใจและดำเนินการให้รวดเร็ว ช่วยให้ธุรกิจตอบสนองความต้องการได้ทันทีเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ช่วยลดความเสียหาย หรือในบางครั้งเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสช่วยให้ธุรกิจรอดได้
- เน้นการโต้ตอบและมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความประทับใจ
- แชร์ไอเดียที่น่าสนใจกับทีมงานอยู่เสมอ เพราะอาจได้กลยุทธ์ใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าที่คิด

ข้อดี Flexible Market Offering
- เข้าถึงตลาดกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ความยืดหยุ่นช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
- งบการตลาดปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามผลลัพธ์การขาย
- ปรับเปลี่ยนแผนการตลาดและช่องทางที่ดีกว่าเดิมได้อย่างรวดเร็ว
- วางกลยุทธ์ตามความเห็นของลูกค้าได้ทันท่วงที
ข้อเสีย Flexible Market Offering
- ผู้วางกลยุทธ์ Flexible Market Offering ต้องมีทักษะการตลาดที่หลากหลาย
- Flexible Market Offering ต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่องและเตรียมทรัพยากรที่ใช้มากขึ้น
ข้อเสนอทางการตลาดที่ยืดหยุ่นช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆ เพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่อาจนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง :
- blog.ubrik.com/flexible-vs-rigid-marketing-strategy-knowing-which-is-best-for-you
- dealhub.io/glossary/flexible-pricing/
- www.brandage.com/article/37819
- www.forbes.com/councils/forbesfinancecouncil/2023/04/10/what-is-investment-flexibility-and-why-is-it-important/
- www.iaee.com/2022/03/03/tips-to-support-a-flexible-marketing-strategy/